ด้านสุขภาพ

         ประเทศไทย มีอัตราผู้สูงอายุมากที่สุดในอาเซียน กล่าวคือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดเป็นผู้สูงวัยและจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ในอีก10 ปีข้างหน้า ด้วยเพราะผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น ต่างจากอัตราการเกิดที่ลดลง และด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันทำให้หลายครอบครัววางแผนคุ้มกำเนิดเพื่อสอดรับกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ คนวัยหนุ่มสาวออกไปทำงานนอกบ้าน ผู้สูงอายุบางคนต้องอยู่บ้านตามลำพัง อีกทั้งบางรายยังไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันหรือช่วนเหลือตนเองได้ จนเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ

         นอกจากนี้การให้บริการผู้สูงอายุหลายสถานพยาบาลในแต่ละพื้นที่ ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ทำให้ผู้สูงอายุขาดโอกาสในการดูแลรักษา จนไปสู่รูปแบบบริการที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการทำงานด้านการดูแลผู้สุงอายุอย่างครบวงจรและสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างถาวรสอดรับกับสังคมผู้สูงอายุอย่างครบวงจร สภากาชาดไทย โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จึงมีนโยบายการพัฒนาต้นแบบการให้บริการด้านผู้สูงอายุ เพื่อยกระดับคุณชีวิตของประชาชน โดยจัดตั้ง “ศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย ขึ้น” และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามอาคารว่า “เทพรัตน์การุญ” และได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2554

         ศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ ฯ สร้างขึ้นเพื่อรองรับประชากรสูงอายุในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยให้บริการด้านสุขภาพ การรักษา การดูแลการส่งเสริมและป้องกันโรคครบวงจร เพื่อสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เน้นการให้บริการทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน นอกจากนี้ยังมีหน่วยบริบาลผู้สูงอายุ ซึ่งรับดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60 ปี ขึ้นไป ทั้งที่ช่วยเหลือตนเองได้ และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ รวมทั้งยังรับดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะติดเชื้อ หรือ ภาวะสมองเสื่อมที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันผู้อื่นได้   โดยให้บริการทั้งแบบรายวัน ไป-กลับ จนถึง พักค้าง 24 ชั่วโมง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

         สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยสอดรับกับผู้สูงอายุอย่างชัดเจน อาทิ สลิงสำหรับพยุงตัวผู้สูงอายุในการฝึกเดิน สำหรับผู้มีปัญหาขาไม่แข็งแรง เดินไม่ถนัด เครื่อง “Multisensory Stimulation” ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องสมองเสื่อม ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยฝึกสมาธิในผู้สูงอายุเพื่อเรียกความจำกลับคืนมา จากการกดและบอกสีที่เปล่งออกมา ที่สำคัญเครื่องมือดังกล่าวจะใช้ดนตรีร่วมด้วย ช่วยผลักดันให้สมองผ่อนคลาย และแสงสีต่าง ๆ ก็จะช่วยเรียกสมาธิและทำให้ผู้ป่วยมีความสุข นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ช่วยฝึกความคิด ความเข้าใจ ที่เรียกว่า “Optic Music” ซึ่งมีความพิเศษ คือ สามารถฝึกได้ทั้งการเคลื่อนไหวและการฝึกความทรงจำ เช่น การเล่นเกม โดยใช้หลักการสะท้อนของแสง ที่จะไปกระตุ้นความคิด เพื่อสร้างการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ ประกอบกับใช้เสียงเพลงเป็นสื่อแรงจูงใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์ ส่วนผู้สูงอายุที่มักปวดเมื่อยตามร่างกาย เครื่องเลเซอร์กำลังสูง ที่จะช่วยซ่อมแซมที่ส่วนเสื่อมให้ฟื้นตัวและกลับมาใช้งานได้อย่างปกติ ย่นระยะเวลาของการเจ็บป่วยให้หายดียิ่งขึ้น รวมไปถึงโครงการเยี่ยมบ้าน ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่ศูนย์ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุได้ ก็จะมีทีมแพทย์ไปติดตามและประเมินคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจเป็นรายบุคล ถือว่าเป็นการทำงานเชิงรุกในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย