พระราชทานเครื่องให้ออกซิเจน

พระราชทานเครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

13 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชานุมัติให้มูลนิธิชัยพัฒนาพระราชทานเครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High flow oxygen therapy) แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จำนวน 10 เครื่อง โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการโรงพยาบาล  เป็นผู้รับมอบ

เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2564

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศน้อมจิตบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา    วันที่ 12 สิงหาคม 2564     รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2499 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 65 ปี ใต้ร่มพระบารมีที่สภากาชาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในการประกอบพระราชกรณียกิจคุณูปการแก่สภากาชาดไทย ทำให้กิจการของสภากาชาดไทยมีความก้าวหน้ายั่งยืนเป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรมและหลักการกาชาดสากล เพื่อความผาสุข ความเจริญของประชาชนและประเทศไทยตราบจนปัจจุบัน ด้วยความสนพระราชหฤทัย สนับสนุนงานด้านบริการโลหิตมาตั้งแต่ต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบตามที่สภากาชาดไทยกำหนด ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ได้เข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นอย่างมาก และเป็นผลให้งานบริการโลหิตดำเนินการด้วยความเจริญก้าวหน้าตลอดมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม…

รับสมัครแพทย์พยาบาล Telemed.

สภากาชาดไทย ระดมแพทย์ พยาบาลจิตอาสา ร่วมทีม Telemedicine เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย Home Isolation

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้พบปัญหาในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งไม่สามารถเพิ่มได้ทันกับจำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน ดังนั้น การรักษาพยาบาล โดยการคัดกรองและประเมินอาการทางโทรศัพท์ (Telemedicine) โดยทีมแพทย์ พยาบาล จึงมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ขณะนี้ นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “การแยกกักตัวเองที่บ้านของผู้ป่วยโควิด -19 หรือ Home Isolation เป็นหนทางหนึ่งในการลดปริมาณผู้ป่วยโควิด-19 ในการไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถแยกกักตัวเองที่บ้านได้ และลงทะเบียนเข้าระบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจะได้รับอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และการดูแลรักษา ผ่านทาง Telemedicine ซึ่งเป็นการสื่อสารสองทาง สามารถเข้าถึงการตรวจรักษาและวินิจฉัยจากแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยสามารถติดตามการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และคำแนะนำจากแพทย์ได้โดยตรง และได้รับการสั่งยาพื้นฐาน และยาต้านไวรัส Favipiravir และไม่กระทบต่อการจองเตียงในโรงพยาบาลของผู้ป่วยสีเหลือง หรือสีแดง ทำให้รับคนไข้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการดูแลรักษาผ่านทาง Telemedicine จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การระดมทีมแพทย์และพยาบาลจิตอาสาจากทุกภาคส่วน…

สภากาชาดไทยผนึกกำลัง รัฐ เอกชน ให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation)

จากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก ทำให้การบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อการดูแล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้เปิดระบบดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน (Home Isolation: HI) แต่เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ทำให้พบว่ายังคงมีบางส่วนที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ป่วยบางส่วนที่รอการติดต่อเป็นระยะเวลานาน กลายเป็นผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงและบางส่วนก็เสียชีวิตแล้ว สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ เล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้จึงประสานความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 (ศบค.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย ศูนย์เอราวัณ แพทยสภา กรุงเทพมหานคร และทีมอาสาสมัครภาคเอกชน ผนึกกำลังร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation) หลังลงทะเบียนในระบบ Home Isolation ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ Home Isolation กับ สปสช.   ทั้งนี้ สปสช. สภากาชาดไทย ร่วมกับทีมงานจิตอาสา เช่น Let’s be heroes หมอริทช่วยโควิด Thai…

บริจาคโลหิตสัปดาห์วันสตรีไทย

รวมพลังผู้หญิงเก่ง กล้าบริจาคโลหิต เนื่องในสัปดาห์วันสตรีไทย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนสตรีไทยทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เนื่องในสัปดาห์วันสตรีไทย ระหว่างวันที่ 1-8 สิงหาคม 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 6 แห่ง และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันสตรีไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานให้ถือเป็นวันสำคัญของสตรีไทยทั่วประเทศ ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสตรีมีบทบาทและความสามารถหลากหลายด้านเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกิดการพัฒนาทั้งในครอบครัว หน่วยงาน จนเป็นที่ยอมรับจากสังคม เพราะมีแนวความคิดที่ก้าวหน้า ทันสมัย และสร้างสรรค์ โดยบทบาทด้านหนึ่งที่ควรจะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม คือ บทบาทด้านการบริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 89 พรรษา 12 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการ “ผู้หญิงเก่ง กล้าบริจาคโลหิต”…

บริจาคโลหิตตลอดเดือนสิงหาคม

กาชาดชวนบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติสภานายิกาสภากาชาดไทย ตลอดเดือนสิงหาคม 2564

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ น้อมจิตบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา ตลอดเดือนสิงหาคม 2564 รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2499 จวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 65 ปี ใต้ร่มพระบารมีที่สภากาชาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในการประกอบพระราชกรณียกิจคุณูปการแก่สภากาชาดไทย ทำให้กิจการของสภากาชาดไทยมีความก้าวหน้ายั่งยืนเป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรมและหลักการกาชาดสากล เพื่อความผาสุข ความเจริญของประชาชนและประเทศไทยตราบจนปัจจุบัน ด้วยความสนพระราชหฤทัย สนับสนุนงานด้านบริการโลหิตมาตั้งแต่ต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบตามที่สภากาชาดไทยกำหนด ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ได้เข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประสงค์จะบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนมากขึ้นทุกปีเป็นผลให้งานบริการโลหิตดำเนินการด้วยความเจริญก้าวหน้าตลอดมา ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสขอบคุณผู้บริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ในพิธีเปิดงาน “ดุจสายทิพย์ธารา” เพื่อผู้บริจาคโลหิต เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2536 ณ…

อาสายุวกาชาดหนุนทัพ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย มีภารกิจในการปลูกฝังอบรมและเผยแพร่ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจหลักการและอุดมการณ์ของสภากาชาดไทยในด้านมนุษยธรรม และเข้าร่วมกิจกรรมกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน   นางสุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สภากาชาดไทยได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศในหลากหลายรูปแบบ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้นำอาสายุวกาชาด เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งการในบรรจุชุดธารน้ำใจฯ เพื่อส่งมอบให้กับผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินภารกิจดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้รวบรวมอาสายุวกาชาดเป็นจิตอาสาช่วยประสานงานในภารกิจสภากาชาดไทยเปิดรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป สนับสนุนการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค และอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ คือการระดมอาสายุวกาชาดทั่วประเทศ บริจาคโลหิตฝ่าวิกฤติโลหิตขาดแคลนหนัก ซึ่งกิจกรรมนี้ได้เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม 2564 โดยมีอาสายุวกาชาดร่วมใจบริจาคโลหิตไปแล้ว จำนวน 571 คน (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2564)” นายธัชกร หงษ์วิลัย อาสายุวกาชาด เปิดเผยว่า “ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับสภากาชาดไทยในการได้มีส่วนช่วยเหลือสังคม ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการร่วมบรรจุสิ่งของในชุดธารน้ำใจฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนต่อไป” นางสาวสิรภัทร กาญจนสินิทธ์ อาสายุวกาชาด เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ทำความดีร่วมกับผู้อื่นและได้ร่วมแสดงพลังจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคมเราให้ดีขึ้น” นายชูเกียรติ จรัสรุ่งโรจน์ อาสายุวกาชาด เปิดเผยว่า…

บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ

กาชาดชวนจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กาชาดชวนจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 6 แห่ง และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ ในวันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมแสดงความจงรักภักดี ซึ่งเป็นกิจกรรมในการทำความดี เสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องรับโลหิตในการรักษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19   ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ •…

มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากสภากาชาดไทย

เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุเป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากสภากาชาดไทยให้แก่สภากาชาดเนปาล

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ณ ท่าอากาศยานตรีภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ นายโวสิต วรทรัพย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ และนางสาวอุทุมพร อำไพวิทย์ อัครราชทูต เป็นผู้แทนสภากาชาดไทยในพิธีส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator)  เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ชุดป้องกันส่วนบุคคล และหน้ากาก N 95 เพื่อให้สภากาชาดเนปาลใช้ในการโต้ตอบการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด–19 ในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. บิชวา เคชาร์ มาสเค รองประธานคณะกรรมการบริหารกลางสภากาชาดเนปาล และคณะเจ้าหน้าที่สภากาชาดเนปาล รับมอบ

มนุษยธรรมกับสิ่งแวดล้อม

มนุษยธรรมกับสิ่งแวดล้อม… อีกมุมหนึ่งของน้ำใจที่แสดงออกผ่านการเข้าถึงทรัพยากร

‘มนุษยธรรม’ กับ ‘สิ่งแวดล้อม’ อาจเป็นสองคำที่ฟังดูห่าง อันที่จริงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสร้างผลกระทบให้ประเด็นมนุษยธรรมในหลายพื้นที่ ในแอฟริกา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด จนเกิดเป็นสงครามและความรุนแรงที่ตามมา ในประเทศไทยซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คำถามว่ามนุษยธรรมกับสิ่งแวดล้อมสามารถสะท้อนความมีน้ำใจในช่วงเวลาวิกฤตได้หรือไม่ ได้รับคำตอบที่น่าสนใจจากคุณสุรชัย ปานน้อย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อสารด้านภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส “ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องมนุษยธรรมโดยตรง เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันของการเข้าถึงทรัพยากร ในช่วงโควิด-19 การเข้าถึงหน้ากากอนามัยเป็นเรื่องของคนที่มีกำลังซื้อสูง คนที่อยู่ฐานล่างต้องใช้หน้ากากอนามัยแบบรีไซเคิลซึ่งทำให้เขามีความเสี่ยงมากกว่า มีคนบอกผมว่ายิ่งคนมีกำลังซื้อสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูดกลืนทรัพยากรมากเท่านั้น มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องสื่อสารประเด็นนี้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทางความคิด เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของเราทุกคน” คุณสุรชัยกล่าวถึงความตั้งใจของศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส ที่นอกจากจะมองการประกวดภาพถ่ายครั้งแรกของกลุ่มองค์กรกาชาดฯ ในหัวข้อ “Kindness during Crises” เป็นการสร้างจิตสำนึกผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ แต่ยังนำแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์เป็นโล่รางวัลที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล “ทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ทรัพยากรของโลกไปเยอะมาก ประเด็นขยะล้นโลกถือเป็นวิกฤตอย่างหนึ่ง การนำวัสดุรีไซเคิลมาประกอบสร้างเป็นถ้วยรางวัลนอกจากจะเป็นการผลักดันประเด็นนี้ให้เห็นชัดแบบเป็นรูปธรรม ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ผู้ได้รับรางวัลไม่เพียงรู้สึกภาคภูมิใจแต่เขายังตระหนักถึงปัญหา เรื่องเหล่านี้วัสดุธรรมดาไม่สามารถสื่อสารได้” คุณสุรชัยกล่าว ทุกวันนี้ประเด็นด้านมนุษยธรรมยังเป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ศูนย์พัฒนาสื่อสารด้านภัยพิบัติ ไทยพีบีเอส มองว่าการจัดประกวดภาพถ่ายครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันประเด็นดังกล่าวให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในอนาคต “ประเด็นมนุษยธรรมในไทยมีหลายอย่างน่าเป็นห่วง เรามีความรุนแรงทับซ้อนในหลายพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่เรื่องการสาธารณสุข การเข้าถึงวัคซีนกลายเป็นเรื่องของคนมีกำลังซื้อสูง สะท้อนความไม่เท่าเทียมกันซึ่งนั่นก็เป็นมนุษยธรรมในแง่มุมหนึ่ง แต่ในวิกฤตแบบนี้ก็ยังมีเรื่องราวของน้ำใจ เช่น การลงพื้นที่ของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อระดมฉีดวัคซีนให้แรงงานข้ามชาติ เราเห็นได้ว่าผู้บริหารระดับสูงไม่ได้มองข้ามประเด็นนี้ซึ่งเป็นสิ่งดีๆ ที่มองเห็นได้ในสังคมไทย”…