สาระน่ารู้เรื่อง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า

โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สัตว์นำโรค คิดว่าสุนัขและแมวเท่านั้นที่แพร่เชื้อสู่คนได้ จริง ๆ แล้ว…สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเป็นโรคและแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน แม้แต่ ลิง หนู และกระต่าย อย่างไรก็ดีในกรณีของหนูและกระต่าย เมื่อติดเชื้อและเกิดโรค ความสามารถในการแพร่กระจายโรคในหมู่พวกเดียวกันเองต่ำมาก และไม่ถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการแพร่โรค แค่ถ้าคนถูกหนูหรือกระต่ายกัดให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป การตรวจหาเชื้อในสมองสัตว์ จะช่วยตัดสินได้เด็ดขาดว่า ควรต้องการรักษาแก่คนที่ถูกกัดหรือไม่ อนึ่ง ระยะเวลา 10 วันที่ใช้ในการจับแยกและกักขังเพื่อดูอาการว่าเป็นบ้าหรือไม่ ใช้ได้กับสุนัขและแมวเท่านั้น คิดว่าลูกสุนัขและแมว ไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า จริง ๆ แล้ว…สุนัขและแมวอายุเท่าใดก็ตามแพร่โรคได้ แม้จะมีอายุเพียง 1 เดือน คิดว่าสุนัขและแมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น จริง ๆ แล้ว…เป็นได้ทุกฤดูกาล ฉะนั้นการฉีดวัคซีนในสัตว์ไม่จำเป็นต้องรอฤดูกาล และคนเมื่อถูกกัดไม่ว่าฤดูไหนก็ตาม ต้องได้รับการฉีดยาป้องกัน คิดว่าหากถูกสุนัขหรือแมวกัดโดยอาการของสัตว์ปกติดี ก็ไม่น่าจะเป็นบ้า จริง ๆ แล้ว…สุนัขและแมวสามารถแพร่เชื้อโรคได้ถึง 10 วันก่อนจะแสดงอาการ หากถูกสุนัขหรือแมวกัด…

ประธานสภากาชาดเยอรมันเยี่ยมชมกิจการสภากาชาดไทย

นายเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร นายสวนิต คงสิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ พร้อมด้วยดร.อัญชลี ชูติธร ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และกิจการพิเศษ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ให้การต้อนรับ นางแกร์ดา ฮาสเซ็ลเฟลดท์ (Gerda Hasselfeldt) ประธานสภากาชาดเยอรมัน ศาสตราจารย์อัวร์ซูลา เม็นเล (Ursula Männle) ประธานมูลนิธิฮันส์ ไซเดล (Hanns Seidel Foundation) ดร. เยือเกน เอบบิง (Dr. Jürgen Ebbing) ที่ปรึกษาด้านสุขภาพอนามัย สภากาชาดเยอรมัน ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน และผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้มีการหารือถึงความร่วมมือด้านมนุษยธรรมระหว่างสภากาชาดไทยกับสภากาชาดเยอรมัน รวมถึงได้เยี่ยมชมสวนงู และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย อีกด้วย

กาชาดชวนแต่งชุดไทยมาให้เลือด สำรองช่วงสงกรานต์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนแต่งชุดไทยบริจาคโลหิต เพื่อร่วมสืบสานอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ ในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2561 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ใน Concept “แต่งชุดไทยบริจาคโลหิต มีความสุขแถมได้บุญ” ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับเสื้อยืด “BLOOD DONATION” เป็นที่ระลึก นาวาโทหญิงแพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีหน้าที่ในการบริหารจัดการโลหิตทั่วประเทศ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพปลอดภัย และเพื่อจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีวันหยุดหลายวัน จึงได้จัดโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2561 (8 วัน) ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ เพื่อเตรียมพร้อมสำรองโลหิตเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีและทุกช่วงเวลา ซึ่งขณะนี้ โรงพยาบาลต่างๆ มีการขอเบิกโลหิตพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อสำรองไว้ในช่วงวันหยุดสงกรานต์แล้ว…

อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560

นางสุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย แสดงความยินดีกับ นางสาวกาญจนา วงค์ษา และ นางสาวปรียาวีฒ์ รุ่งรัตนไชย อาสายุวกาชาด สังกัดสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้รับรางวัล “อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560” ซึ่งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2560 เนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ และวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2560 โดยอาสายุวกาชาดทั้ง 2 คน จะเข้ารับประทานโล่เกียรติคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

KC Family Day รู้ทันกระจกตาโก่ง

วันที่17 มีนาคม 2561 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ฝ่ายจักษุวิทยา และภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานประชุมวิชาการโรคกระจกตาโก่ง (Keratoconus Meeting) และกิจกรรมเสวนาให้ความรู้และแนวทางการรักษาเกี่ยวกับโรคกระจกตาโก่งกับประชาชนทั่วไป ณ บริเวณหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา ตึก 14 ชั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภาวะกระจกตาโก่งเกิดจากเส้นใยคอลลาเจนอ่อนแอ ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับการขยี้ตาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่มักขยี้ตาด้วยการใช้ข้อนิ้วกดลูกตา จนเกิดการโก่งของกระจกตา อันจะส่งผลต่อค่าสายตา หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจทำให้กระจกตาพิการและตาบอดได้ สำหรับวิธีการรักษาแบบใหม่ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจในแวดวงจักษุแพทย์ ก็คือ การใส่วงแหวนขึงกระจกตาและการฉายแสงอัลตราไวโอเลตเอ (Crosslinking) ถือเป็นอีกทางเลือกที่ให้ผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ป่วยหลายรายไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่มีความซับซ้อนและต้องรอคอยกระจกตาจากผู้บริจาคอวัยวะนั่นเอง และแนะนำผู้ที่สายตาสั้นหรือเอียงแล้วต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อยๆ เนื่องจากค่าสายตาสั้น หรือสายตาเอียงเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือ 100 หรือ -1.0 ต่อปี อาจต้องพึงระวังโรคกระจกตาโก่ง และเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียด และแนะนำว่าไม่ควรขยี้ตาอย่างรุนแรงด้วย ศูนย์เลเซอร์สายตาฯ ได้กำหนดจัดงานประชุมวิชาการโรคกระจกตาโก่ง ระหว่างวันที่ 16-17…

แอปพลิเคชัน “RDU รู้เรื่องยา” อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเภสัชกร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

แอปพลิเคชัน “RDU รู้เรื่องยา” เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สอดคล้องกับการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายการพัฒนาระบบยาแห่งชาติของรัฐบาล จุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้เรื่องการใช้ยาที่จำเป็นและถูกต้องได้ง่ายขึ้น ใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและสมเหตุสมผลมากขึ้น นอกจากประโยชน์ในการเข้าถึงความรู้เรื่องการใช้ยาและข้อมูลยาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศแล้ว แอปพลิเคชันนี้จะสามารถบันทึกข้อมูลยาต่างๆ ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ฉลากยาเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ ชื่อโรงพยาบาล ชื่อยาที่ได้รับ วิธีการใช้ยา ข้อมูลฉลากยาเสริม และข้อมูลความปลอดภัยด้านยา และข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลยา ข่าวสารเรื่องยา สาระยาน่ารู้ พร้อมทั้งสามารถใช้แอปพลิเคชั่นนี้ค้นหาโรงพยาบาลและร้านยาคุณภาพได้อีกด้วย   ขณะนี้ แอปพลิเคชัน “RDU รู้เรื่องยา” มีข้อมูลที่แพทย์และเภสัชกรเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยได้ร่วมกันจัดทำเนื้อหาฉลากยา ฉลากยาเสริม และข้อมูลการใช้ยาอย่างปลอดภัย ที่ทันสมัย เข้าใจง่าย สะดวก และเชื่อถือได้ กว่า 700 รายการ ซึ่งแผนระยะต่อไปจะขยายให้ครอบคลุมรายการยาทั้งหมด…

สาระน่ารู้เรื่อง การป้องกันการถูกสุนัขกัด

การป้องกันการถูกสุนัขกัด        ปัญหาการถูกสุนัขกัด ยังเป็นปัญหาที่สำคัญทางสาธารณสุขปัญหาหนึ่ง ประชากรมากกว่า 4.5 ล้านคนในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงานการโดนสุนัขกัดในแต่ละปี และ 1 ใน 5 จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาบาดแผลจากบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับในประเทศไทย คนไทยถูกสัตว์กัดไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน ร้อยละ 97 เป็นสุนัข กลุ่มที่มีประวัติการโดนกัดมากที่สุด คือ เด็กอายุ 5-14 ปีเพศชาย และผู้ที่เลี้ยงสุนัขอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากเดิมสุนัขถือเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่ามีสัญชาตญาณการล่าเหยื่อสูง ถึงแม้ว่าได้มีการนำสุนัขมาเลี้ยงเป็นสุนัขบ้านมานาน แต่สัญชาตญาณความเป็นนักล่าและการปกป้องอาณาเขตตนเองของสุนัขยังคงมีอยู่ ดังนั้นสุนัขจึงแสดงการปกป้องตนเองออกมาโดยการกัด แม้ว่าสุนัขดังกล่าวจะไม่เคยมีประวัติการกัดคนมาก่อนก็ตาม ผลเสียที่เกิดจากการโดนสุนัขกัดมีหลายประการ เช่น เกิดบาดแผลรุนแรงโดยเฉพาะหากสุนัขกัดถูกบริเวณตำแหน่งสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความพิการหรืออันตรายแก่ชีวิตได้ รวมทั้งยังมีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า หากสุนัขดังกล่าวติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า การลดความเสี่ยงต่อการถูกสุนัขกัดจึงมีความสำคัญ ผู้ใหญ่และเด็กจึงควรที่จะเรียนรู้การป้องกันการถูกสุนัขกัด โดยทั่วไปสุนัขที่กัดคนส่วนใหญ่จะเป็นสุนัขมีเจ้าของ ดังนั้นก่อนที่จะนำลูกสุนัขหรือสุนัขตัวใหม่ไปเลี้ยง ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ก่อนว่าบ้านของท่านเหมาะกับการเสี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใด เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์มักจะมีนิสัยหรือธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป หากสุนัขมีประวัติพฤติกรรมก้าวร้าว ดุร้าย ไม่ควรนำไปเลี้ยงในครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่ด้วย และเมื่อนำสุนัขไปเลี้ยงภายในบ้าน ไม่ควรหยอกล้อหรือเล่นกับสุนัขอย่างรุนแรง หรือทำให้สุนัขตกใจ เช่น ดึงหาง ไม่ควรรบกวนสุนัขที่กำลังนอนหลับ กินอาหาร…

เรียนรู้ สนุก KID กับสภาชาดไทยในงานวันเด็กแห่งชาติ 2561

“อนาคตของชาติ” เป็นคำที่มีความหมายและมีความสำคัญต่อประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากคำว่าอนาคตของชาตินั้นหมายถึง เด็กและเยาวชนที่จะต้องดูแลประเทศชาติต่อไปในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญต่อการอบรมและเลี้ยงดูเพื่อให้เด็กได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ในประเทศไทย รัฐบาลได้กำหนดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี และในปี 2561 นี้   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติไว้ว่า “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”

ศูนย์จักษุมาตรและแว่นตา สภากาชาดไทย ปรับโฉมใหม่พร้อมให้บริการประชาชน

ดีเดย์!! วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2561 ศูนย์จักษุมาตรฯ ปรับโฉมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ทั้งตรวจวัดสายตาฟรีโดยจักษุแพทย์ พร้อมประกอบแว่นด้วยเลนส์คุณภาพเยี่ยมในราคาย่อมเยา และนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสายตาอีกด้วย นอกจากนี้ ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคากรอบแว่น (มีจำนวนจำกัด) สำหรับผู้มาใช้บริการตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม – 18 เมษายน 2561 เท่านั้น! ศูนย์จักษุมาตรและแว่นตา เปิดให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์ ช่วงเช้าเวลา 8.30-11.30 น. และช่วงบ่ายเวลา 13.00-16.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2251 7853-6 ต่อ 1104

เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” ออกให้บริการ ที่วัดสำแล จ.ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 นางดลวสา บุญเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” ณ วัดสำแล ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมมอบตู้ยา และถุงยังชีพสภากาชาดไทยแก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส