กาชาดสรุปความช่วยเหลือผู้ประสบภัย “พายุปาบึก” (ณ วันที่ 7 ม.ค. 62)

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือ อันตรายที่ทำให้เกิดหายนะอันมีสาเหตุมาจากธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเตือนเรื่อง พายุปาบึก (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ซึ่งจะทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนปาบึก และส่งผลกระทบกับจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา รายงานสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 มกราคม 2562 ได้ส่งผลกระทบในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 23 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง ระนอง กระบี่ ยะลา สตูล ภูเก็ต พังงา ตรัง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ประชาชนได้รับผลกระทบ…

กาชาดพร้อมมอบความสุข ในงานวันเด็กแห่งชาติ 2562

สภากาชาดไทยเชิญชวนเด็กและเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เวลา 08.30-15.30 น. ณ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองได้เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบต่างๆ ให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน ความบันเทิง อีกทั้งสอดแทรกความรู้เรื่องหลักการกาชาด ภารกิจหลักของสภากาชาดไทย รวมทั้งปลูกฝังการมีจิตอาสาเพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักการทำประโยชน์เพื่อสังคม ดังคำขวัญวันเด็กปี 2562 ที่ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสภากาชาดไทย โดยมีอาสายุวกาชาดและนักศึกษาจากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ร่วมเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ด้วย ภายในงานมีกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย ร่วมให้ความสนุกและความรู้มากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “Like & Share” กิจกรรม “เรียนรู้…สนุก KID กับพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย” กิจกรรม “Paper dolls” และ “เกมบันไดงู” สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย กิจกรรม “กาชาดร่วมใจ สร้างอนาคตสดใส…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “คนไข้กระจกตาพิการที่รอคิวเปลี่ยนกระจกตา”

ฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ปฏิบัติงานอย่างครบวงจร ประกอบด้วย การเจรจาขอรับบริจาคดวงตา การจัดเก็บดวงตา และการจัดสรรให้จักษุแพทย์เพื่อนำไปใช้ผ่าตัดรักษาผู้ป่วยกระจกตาพิการ โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานกับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โรงพยาบาลเครือข่าย และผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดกระจกตา ในขั้นแรกผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิรักษาก่อน หากจักษุแพทย์เห็นว่าเป็นโรคกระจกตาพิการและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาก็จะทำการจองในระบบ โดยศูนย์ดวงตาฯ เป็นศูนย์กลางในการรับขึ้นทะเบียนจองดวงตาแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงการจัดเรียงลำดับคิวการจองก่อน-หลัง ด้วยระบบฐานข้อมูลออนไลน์ ศูนย์ดวงตาฯ จัดลำดับดวงตาด้วยความเท่าเทียมและยุติธรรม ใช้หลักการเบื้องต้นในการเรียงลำดับคิวคือ ใครจองก่อน ได้ก่อน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ “ความพร้อมของคนไข้” เป็นสำคัญ และความพร้อมของแพทย์ด้วย ดังนั้นหากคนไข้คิวที่ 1 ยังไม่พร้อมแต่คิวที่ 2 พร้อม คนไข้คิวที่ 2 จะได้รับการผ่าตัดก่อน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาจากอาการของโรค โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มเร่งด่วน และกลุ่มที่รอได้ หลังจากผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต ญาติของผู้บริจาคดวงตาควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันที เพราะภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ได้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด จึงต้องรีบจัดเก็บดวงตาภายใน 6-8 ชั่วโมง เมื่อได้รับแจ้งว่ามีผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต แพทย์จะทำการตรวจประเมินโรคต้องห้าม เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บเบื้องต้น ตรวจประเมินสภาพตาว่าเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจึงจะจัดเก็บดวงตาเพื่อส่งมอบให้ศูนย์ดวงตาฯ ทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง…

เร่งลำเลียงสิ่งของเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก

วันที่ 4 มกราคม 2562 – จากสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก สภากาชาดไทยประสานงานกับจังหวัดต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบสาธารณภัยอย่างทันท่วงที โดยได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าติดตามและเตือนภัย ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือในการกู้ภัย กู้ชีวิต สถานที่สำหรับการอพยพ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “สภากาชาดไทยเร่งเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ และสำรองเครื่องอุปโภค บริโภค ยา และเวชภัณฑ์ พร้อมแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ดังนี้ สถานีกาชาดที่ 8 จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5,000 ชุด สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 5,000 ชุด สถานีกาชาดสิรินธร (สถานีกาชาดที่ 12 ทุ่งสง) จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 6,000 ชุด และสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติ ฯ จำนวน 3,500…

สภากาชาดไทยพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก”

ประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง พายุปาบึก (PABUK) ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนปาบึก ซึ่งจะส่งผลให้ภาคใต้ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ประกอบด้วย 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ระนอง ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สภากาชาดไทย และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จับมือพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เพื่อการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างทันท่วงที โดยได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าติดตามและเตือนภัย ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือในการกู้ภัย กู้ชีวิต สถานที่สำหรับการอพยพ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เร่งเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสถานีกาชาดที่ 8 จังหวัดเพชรบุรี สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานีกาชาดสิรินธร (สถานีกาชาดที่ 12…

ผู้บริหารสภากาชาดไทยร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562

วันที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย เปิดกรวยและลงนามถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2562 ณ ห้องรับรอง อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย

ICRC เปิดช่องทางการติดตามผู้สูญหายจากเหตุสึนามิอินโดนีเซีย

จากเหตุการณ์ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว เกิดการปะทุ ทำให้เกิดสึนามิซัดชายฝั่งบริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตรา และเกาะชวา ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 281 ราย  บาดเจ็บ 1,016 ราย และมีผู้สูญหายเป็นจำนวนมากที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รัก ในการนี้ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศเป็นสื่อกลางให้ผู้สูญหายจากเหตุสึนามิและครอบครัวได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โดยมีช่องทางให้ประชาชนสามารถสืบหาญาติที่สูญหาย รวมถึงแจ้งสถานะของตนเองได้ ที่ familylink.icrc.org/lampung-banten   อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ familylinks.icrc.org จะใช้สืบหาติดตามผู้สูญหายจากเหตุภัยพิบัติ ปัญหาการสู้รบ และผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน เท่านั้น

ทายาทเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว “ทายาทเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย” ยืนยันความสำเร็จของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์สามารถแก้ไขปัญหาภาวะมีบุตรยากให้กำเนิดทารกที่เจริญเติบโต เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถแต่งงานและให้กำเนิดบุตรที่มีสุขภาพแข็งแรงได้ ณ ห้องประชุมจรัญพัฒน์ ชั้น 6 ตึกอุปการเวชชกิจ  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย จากความสำเร็จครั้งแรกของประเทศไทย ที่สามารถให้กำเนิดทารกเพศชายรายแรก  (นายปวรวิชญ์ ศรีสหบุรี) ด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว ซี่งถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อการรักษาคู่สมรสที่มีภาวะการมีบุตรยาก ภายใต้การดูแลของทีมคณาจารย์แพทย์นำโดย ศ.กิตติคุณ นพ.ประมวล วีรุตมเสน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2530 ณ หน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ..ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องจนมีทารกที่เกิดจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคณาจารย์แพทย์ได้ติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กหลอดแก้วรายแรกของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทางฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับทราบข่าวดีอีกครั้งที่ภรรยาของนายปวรวิชญ์ ศรีสหบุรี สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติและได้มาฝากครรภ์ตรวจติดตามอาหารที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จนกระทั่งในวันที่ 16…

หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2562…บรรเทาภัยหนาวชาวลำพูน

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2562” ณ จังหวัดลำพูน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และส่งเสริมสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ2562” โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ร่วมกับจังหวัดลำพูน กองทัพอากาศ  สมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  บริษัท จีเอ็มเอ็มมีเดีย จำกัด (มหาชน) สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคมสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย มูลนิธิอิออนประเทศไทย บริษัท อิออนธนสินทรัพย์ จำกัด คุณภูพินธ์ ไค พร้อมด้วยกลุ่มอาสากาชาดไทยเชื้อสายอินเดีย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทมจำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มาเรีย พิซเซเรีย แอนด์เรสเตอรองต์ จำกัด บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท…

ระดมความคิดเพื่อยกระดับสู่ความเป็นผู้นำด้านการปลูกถ่ายอวัยวะในเอเชีย

นับเป็นเวลากว่า 24 ปี ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับแจ้งผู้บริจาคอวัยวะ จัดสรรอวัยวะ รวมทั้งประสานงานกับโรงพยาบาลทั่วประเทศเมื่อมีผู้เสียชีวิตสมองตายที่ญาติมีความประสงค์จะบริจาคอวัยวะกับโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความเป็นธรรม เสมอภาค ไม่เลือกชั้น วรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา และไม่มีการซื้อขายอวัยวะ นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า  “กระบวนการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ มีขั้นตอนการประสานงานทั้งในส่วนของโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะโรงพยาบาลที่ปลูกถ่ายอวัยวะ  ทีมแพทย์ผ่าตัด การจัดหายานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมาชิกในการเดินทางไปทำการผ่าตัดยังโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะ และการจัดส่งอวัยวะที่ได้รับบริจาคไปยังโรงพยาบาลที่ปลูกถ่ายอวัยวะให้อวัยวะนั้นๆ มีคุณภาพดี ประสิทธิภาพดี และปลอดภัย โดยศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ รวมถึงประสานงานในทุกขั้นตอนเพื่อให้อวัยวะที่ได้รับจากผู้บริจาคนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีและเกิดประโยชน์อันสูงสุด”  ทั้งนี้กระบวนการรับบริจาคอวัยวะและปลูกถ่ายอวัยวะเป็นงานที่มีความท้าทายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนโดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทยได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งนอกจากดำเนินงานด้านการรับบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตสมองตายแล้วยังจัดกิจกรรมวิชาการและการประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมสุขภาพในเขตบริการให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้มีผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจากปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา การดำเนินงานที่ผ่านมา ยังพบว่ามีอุปสรรคบางประการที่สามารถแก้ไขและพัฒนากระบวนการบริจาคอวัยวะต่อไปได้ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย จึงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมก้าวสู่ยุคใหม่ ของการบริจาคอวัยวะ” เมื่อวันที่ 8…