สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต

จากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มกลางทะเลที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่วันเกิดเหตุสภากาชาดไทยได้จัดตั้งครัวกาชาด ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นำโดยนางสุดาวรรณ ปลอดทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยและอาสาสมัคร ร่วมประกอบอาหารวันละ 3 มื้อ ประมาณ 500-700 กล่อง เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ภัยที่ท่าเรือฉลอง โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และวัดโฆษิต โดยจะตั้งครัวกาชาดไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โอกาสนี้ สมาชิกเหล่ากาชาดที่มีความสามารถด้านภาษาจีนร่วมเป็นล่ามในการสื่อสารด้วย นอกจากนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ และคณะ ยังได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บและมอบสิ่งของเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งเข้าเคารพศพผู้เสียชีวิตและร่วมพิธีฌาปนกิจอีกด้วย ทั้งนี้ สำนักเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ได้มีการซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติร่วมกับจังหวัดภูเก็ตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตเป็นประจำทุกปี โดยแต่ละปีจะกำหนดประเภทของภัยพิบัติแตกต่างกันไป จึงสามารถรับมือเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที  

สภากาชาดไทยร่วมช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

           เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหาร บริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง และบรรจุ ลำเลียงเข้าแจกจ่ายให้แก่คณะทำงานและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ณ บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 พร้อมกันนี้ ได้นำสิ่งของ อาทิ กาแฟสำเร็จรูป เครื่องดื่มชูกำลัง แผ่นบรรเทาอาการปวด และขนมปัง ที่ทางบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในจังหวัดเชียงราย บริจาคผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย มอบให้คณะทำงาน และมอบผ้าห่มกันหนาวและถุงเท้าให้กับทีมกู้ภัยของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (Royal Thai Navy SEAL) อีกด้วย จากนั้น เมื่อเยาวชนทั้ง 13 คน กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว กิ่งกาชาดอำเภอแม่สายจะติดตามและประเมินการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป           นอกจากนี้ เลือดของเด็กที่ออกมาจากถ้ำแล้ว ได้ถูกส่งไปทดสอบเพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรคจากสัตว์สู่คนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อีกด้วย

สถานีกาชาด 11 (วิเศษนิยม) ปรับโฉมใหม่พร้อมให้บริการ

สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม ตั้งอยู่ที่แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ โดยนางผิน แจ่มวิชาสอน เจ้าของโรงงานวิเศษนิยม และญาติ ยกที่ดิน 4 โฉนด เนื้อที่ 3 ไร่ 21 ตารางวา พร้อมบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้สภากาชาดไทยเพื่อสร้างสถานีกาชาด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2508 เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2510 ต่อมา เมื่อปีพ.ศ. 2554 ได้วางแผนสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อรองรับประชาชนในเขตภาษีเจริญและพื้นที่ใกล้เคียงให้ได้รับการรักษาพยาบาลแบบครบวงจรในราคาย่อมเยา ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป สถานีกาชาดที่ 11 ให้บริการรักษาโรคทั่วไป โรคเฉพาะทาง จักษุศัลยกรรม ทันตกรรม การฉีดวัคซีน…

สภากาชาดไทยบันทึกเทปอาศิรวาทราชสดุดี

วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00 น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์วิศิษฎ์ สิตปรีชา ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย นำคณะกรรมการเจ้าหน้าที่ ร่วมบันทึกเทปอาศิรวาทราชสดุดีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี

เรื่องเล่า…จากบรรเทาทุกข์ ตอน หน่วยแพทย์คืนเสียงสู่โสต

ทำงานด้วยใจ รักษาคนไข้เหมือนญาติของเรา “หมอเรียนจบด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2547 เป็นหมอใช้ทุนที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และสถานีกาชาด ก่อนจะมาอยู่ที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ในฐานะของการเป็นหมอ หู คอ จมูก ณ ตอนนั้นมีโครงการคืนเสียงสู่โสต โดย ผศ.ดร.นพ.ม.ล.กรเกียรติ์ สนิทวงศ์ เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา ร่วมกับ นพ.ศัลยเวทย์ เลขะกุล ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิหู คอ จมูก ชนบทในขณะนั้น” “โครงการคืนเสียงสู่โสตเป็นโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ทำหน้าที่ให้บริการตรวจรักษาทั้งทางยาและการผ่าตัด รวมทั้งการตรวจวัดระดับการได้ยินแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคทางหูในถิ่นทุรกันดารและมีฐานะยากจน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เราจะเลือกพื้นที่ที่ไม่มีหมอหู คอ จมูก หรือมีหมอหู คอ จมูกที่ยังขาดความมั่นใจในการผ่าตัดหู ทำให้คนไข้คั่งค้างจำนวนมาก จากนั้นเราก็จะขนเครื่องมือไปออกหน่วย และทำการผ่าตัดให้คนไข้ที่หน่วย โดยคนไข้ไม่ต้องเดินทางอย่างยากลำบากเพื่อไปรับการรักษา” “ตามหลักการของการทำงาน ควรทำงานไปด้วยและมีความสุขไปด้วย แล้วความสุขจะหาได้จากที่ไหน อาจจะไม่ใช่ความสุขสบายส่วนตัว แต่ก็ต้องเป็นความสบายใจ ต้องหาอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุข ซึ่งอาชีพชุดขาวแบบนี้ การได้ทานข้าวเที่ยงบ้าง ไม่ได้ทานบ้างนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เฉพาะหน่วยของสภากาชาดไทย แต่แพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในทุกโรงพยาบาลต่างก็เจอชีวิตแบบนี้…

ขอเชิญพสกนิกรร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. และร่วมลงนามถวายพระพร ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดโครงการ“จิตอาสา เราทำความดี บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” เพื่อเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดีบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมลงนามถวายพระพร ตลอดเดือนกรกฎาคม 2561 โดยในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561…

ขอขมาอาจารย์ใหญ่ – พิธีอาจาริยปูชา ประจำปีการศึกษา 2561

วันที่ 28 มิถุนายน 2561 ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดพิธีอาจาริยปูชา เพื่อขอขมาอาจารย์ใหญ่ก่อนการศึกษา และทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้อุทิศร่างกาย ประจำปีการศึกษา 2561 ณ อาคารแพทยพัฒน์  โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นประธานในพิธี ในช่วงเช้าจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ณ บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 8 หน้าอาคาร อปร และพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคารแพทยพัฒน์ ต่อจากนั้น เป็นพิธีอาจาริยาปูชา โดยนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอขมาร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมทั้งกล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะตั้งใจเรียนรู้ร่างกายที่อาจารย์ใหญ่ได้อุทิศเป็นวิทยาทาน และศึกษาอบรมอย่างเต็มกำลังความสามารถ     นิสิตพร้อมน้อมประนมก้มเศียรเกล้า        กราบแทบเท้าท่านอาจารย์ผู้หลับใหล แพทย์จุฬาฯ คารวะสำนึกใน               …

สภากาชาดไทยเตรียมการส่งหน่วยแพทย์ช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ บังกลาเทศ

สภากาชาดไทยเตรียมส่งหน่วยแพทย์ไปตรวจรักษาผู้พลัดถิ่นและชาวเมืองท้องถิ่น ณ เขตคอกซ์บาซาร์ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา และได้ส่งคณะสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าสภากาชาดไทยไปที่เขตคอกซ์บาซาร์ ในระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561 คณะสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าสภากาชาดไทย นำโดย นายสวนิต คงสิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์สภากาชาดไทย ลงพื้นที่เพื่อประเมินความต้องการและวางแผนการเลือกพื้นที่การออกหน่วยแพทย์ที่เหมาะสม ทั้งนี้ คณะฯ ได้สำรวจพื้นที่ทั้งหมด 5 พื้นที่ ในแขวงคอกซ์บาซาร์ ซาดาร์ แขวงเทคนาฟ และแขวงอุคเฮีย และหารือกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ โดยได้รับการต้อนรับและสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ สำนักงานเขตคอกซ์บาซาร์ และสภาเสี้ยววงเดือนแดงบังกลาเทศ การออกหน่วยแพทย์สภากาชาดไทยดังกล่าว เป็นไปตามการร้องขอจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา และมีกำหนดการส่งหน่วยแพทย์พยาบาลไปตรวจรักษาผู้ป่วย ณ เขตคอกซ์บาซาร์ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยจะมุ่งเน้นการรักษาไปที่กลุ่มแม่และเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุดในกลุ่มผู้พลัดถิ่น  

แจ้งย้ายห้องตรวจผู้ป่วยนอกจักษุกรรม อาคาร ภปร ชั้น 11

ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขอแจ้งแผนการย้ายห้องตรวจผู้ป่วยนอกจักษุกรรม จากเดิมที่ อาคาร ภปร ชั้น 11 ย้ายไป อาคาร ส.ธ. ชั้น 13 และชั้น 14 ผู้ป่วยจักษุกรรมลงทะเบียนที่จุดผู้ป่วยนอก ชั้น 1 อาคาร ส.ธ. โดยจะปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการตั้งแต่วันที่ 2-6 กรกฎาคม 2561 และนอกเวลาราชการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2561 โดยจะเริ่มเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อตอบรับนโยบายการบริการผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4000

เรื่องเล่า…จากบรรเทาทุกข์ ตอน พยาบาลสาธารณภัย สร้างความพร้อมรับภัยพิบัติ

เรื่องการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติเป็นเรื่องของเราทุกคน “หลังเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย(ปัจจุบัน คือ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย)ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็เข้าบรรจุที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ในตำแหน่งพยาบาลสาธารณภัย ถึงปัจจุบันก็ 24 ปีแล้ว เราทำงานทั้งด้านการแพทย์ ด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ซึ่งจะมีทั้งการเตรียมพร้อมก่อนเกิด ขณะเกิดเหตุการณ์ และการฟื้นฟูบูรณะหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ มีการดูแลทั้งด้านสุขภาพและการช่วยเหลืออื่นๆ เพราะ สิ่งสำคัญของพยาบาลสาธารณภัย คือ ต้องทำได้ทุกอย่าง” “ในสมัยนั้นเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติยังไม่ค่อยได้รับความสนใจ ต้องไปศึกษาจากศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย หรือ ADPC (Asian Disaster Preparedness Center) เริ่มตั้งแต่ยังเป็นคู่มือภาษาอังกฤษ จนปัจจุบันงานเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติของสภากาชาดไทย ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 14 ปีแล้ว สามารถพัฒนาจนเป็นคู่มือภาษาไทยสำหรับประชาชน การ์ตูนและแอนิเมชันเตรียมความพร้อมสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นที่ภูมิใจว่าตอนนี้เราพัฒนามาถึงจุดนี้ได้แล้ว ความตั้งใจในการทำงานด้านนี้ เพราะเราอยากให้ทุกคนดูแลตนเองได้ เมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นพวกเขาต้องช่วยเหลือและดูแลตัวเองก่อนที่หน่วยงานต่าง ๆ จะเข้ามา ทางสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯมีการเสริมสร้างศักยภาพความพร้อมรับภัยพิบัติที่หลากหลาย โดยในแต่ละปีจะดูแลชาวบ้านได้ประมาณ 5 ชุมชน และชุมชนติดตามในโครงการการติดตามชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ซึ่งการไปเยี่ยมเหมือนเป็นการไปกระตุ้น ไปทบทวนการปฐมพยาบาล หรือเรื่องอื่นๆ อย่างน้อยก็ทำให้เขาเห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” “ด้วยความที่เป็นพยาบาลสาธารณภัย ต้องเตรียมการทุกอย่างให้ครบ…