กาชาดพร้อมมอบความสุข ในงานวันเด็กแห่งชาติ 2562

สภากาชาดไทยเชิญชวนเด็กและเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เวลา 08.30-15.30 น. ณ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองได้เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบต่างๆ ให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน ความบันเทิง อีกทั้งสอดแทรกความรู้เรื่องหลักการกาชาด ภารกิจหลักของสภากาชาดไทย รวมทั้งปลูกฝังการมีจิตอาสาเพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักการทำประโยชน์เพื่อสังคม ดังคำขวัญวันเด็กปี 2562 ที่ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสภากาชาดไทย โดยมีอาสายุวกาชาดและนักศึกษาจากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ร่วมเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ด้วย ภายในงานมีกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย ร่วมให้ความสนุกและความรู้มากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “Like & Share” กิจกรรม “เรียนรู้…สนุก KID กับพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย” กิจกรรม “Paper dolls” และ “เกมบันไดงู” สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย กิจกรรม “กาชาดร่วมใจ สร้างอนาคตสดใส…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “คนไข้กระจกตาพิการที่รอคิวเปลี่ยนกระจกตา”

ฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ปฏิบัติงานอย่างครบวงจร ประกอบด้วย การเจรจาขอรับบริจาคดวงตา การจัดเก็บดวงตา และการจัดสรรให้จักษุแพทย์เพื่อนำไปใช้ผ่าตัดรักษาผู้ป่วยกระจกตาพิการ โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานกับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โรงพยาบาลเครือข่าย และผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดกระจกตา ในขั้นแรกผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิรักษาก่อน หากจักษุแพทย์เห็นว่าเป็นโรคกระจกตาพิการและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาก็จะทำการจองในระบบ โดยศูนย์ดวงตาฯ เป็นศูนย์กลางในการรับขึ้นทะเบียนจองดวงตาแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงการจัดเรียงลำดับคิวการจองก่อน-หลัง ด้วยระบบฐานข้อมูลออนไลน์ ศูนย์ดวงตาฯ จัดลำดับดวงตาด้วยความเท่าเทียมและยุติธรรม ใช้หลักการเบื้องต้นในการเรียงลำดับคิวคือ ใครจองก่อน ได้ก่อน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ “ความพร้อมของคนไข้” เป็นสำคัญ และความพร้อมของแพทย์ด้วย ดังนั้นหากคนไข้คิวที่ 1 ยังไม่พร้อมแต่คิวที่ 2 พร้อม คนไข้คิวที่ 2 จะได้รับการผ่าตัดก่อน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาจากอาการของโรค โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มเร่งด่วน และกลุ่มที่รอได้ หลังจากผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต ญาติของผู้บริจาคดวงตาควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันที เพราะภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ได้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด จึงต้องรีบจัดเก็บดวงตาภายใน 6-8 ชั่วโมง เมื่อได้รับแจ้งว่ามีผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต แพทย์จะทำการตรวจประเมินโรคต้องห้าม เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บเบื้องต้น ตรวจประเมินสภาพตาว่าเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจึงจะจัดเก็บดวงตาเพื่อส่งมอบให้ศูนย์ดวงตาฯ ทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง…

เร่งลำเลียงสิ่งของเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก

วันที่ 4 มกราคม 2562 – จากสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก สภากาชาดไทยประสานงานกับจังหวัดต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบสาธารณภัยอย่างทันท่วงที โดยได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าติดตามและเตือนภัย ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือในการกู้ภัย กู้ชีวิต สถานที่สำหรับการอพยพ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “สภากาชาดไทยเร่งเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ และสำรองเครื่องอุปโภค บริโภค ยา และเวชภัณฑ์ พร้อมแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ดังนี้ สถานีกาชาดที่ 8 จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5,000 ชุด สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 5,000 ชุด สถานีกาชาดสิรินธร (สถานีกาชาดที่ 12 ทุ่งสง) จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 6,000 ชุด และสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติ ฯ จำนวน 3,500…

สภากาชาดไทยพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก”

ประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง พายุปาบึก (PABUK) ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนปาบึก ซึ่งจะส่งผลให้ภาคใต้ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าว ประกอบด้วย 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ระนอง ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สภากาชาดไทย และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จับมือพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เพื่อการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างทันท่วงที โดยได้มีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าติดตามและเตือนภัย ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือในการกู้ภัย กู้ชีวิต สถานที่สำหรับการอพยพ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เร่งเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสถานีกาชาดที่ 8 จังหวัดเพชรบุรี สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานีกาชาดสิรินธร (สถานีกาชาดที่ 12…

ผู้บริหารสภากาชาดไทยร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2562

วันที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย เปิดกรวยและลงนามถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2562 ณ ห้องรับรอง อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย

ICRC เปิดช่องทางการติดตามผู้สูญหายจากเหตุสึนามิอินโดนีเซีย

จากเหตุการณ์ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว เกิดการปะทุ ทำให้เกิดสึนามิซัดชายฝั่งบริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตรา และเกาะชวา ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 281 ราย  บาดเจ็บ 1,016 ราย และมีผู้สูญหายเป็นจำนวนมากที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รัก ในการนี้ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศเป็นสื่อกลางให้ผู้สูญหายจากเหตุสึนามิและครอบครัวได้กลับมาพบกันอีกครั้ง โดยมีช่องทางให้ประชาชนสามารถสืบหาญาติที่สูญหาย รวมถึงแจ้งสถานะของตนเองได้ ที่ familylink.icrc.org/lampung-banten   อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ familylinks.icrc.org จะใช้สืบหาติดตามผู้สูญหายจากเหตุภัยพิบัติ ปัญหาการสู้รบ และผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน เท่านั้น

ทายาทเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว “ทายาทเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย” ยืนยันความสำเร็จของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์สามารถแก้ไขปัญหาภาวะมีบุตรยากให้กำเนิดทารกที่เจริญเติบโต เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถแต่งงานและให้กำเนิดบุตรที่มีสุขภาพแข็งแรงได้ ณ ห้องประชุมจรัญพัฒน์ ชั้น 6 ตึกอุปการเวชชกิจ  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย จากความสำเร็จครั้งแรกของประเทศไทย ที่สามารถให้กำเนิดทารกเพศชายรายแรก  (นายปวรวิชญ์ ศรีสหบุรี) ด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว ซี่งถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อการรักษาคู่สมรสที่มีภาวะการมีบุตรยาก ภายใต้การดูแลของทีมคณาจารย์แพทย์นำโดย ศ.กิตติคุณ นพ.ประมวล วีรุตมเสน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2530 ณ หน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ..ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องจนมีทารกที่เกิดจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคณาจารย์แพทย์ได้ติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กหลอดแก้วรายแรกของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทางฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับทราบข่าวดีอีกครั้งที่ภรรยาของนายปวรวิชญ์ ศรีสหบุรี สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติและได้มาฝากครรภ์ตรวจติดตามอาหารที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จนกระทั่งในวันที่ 16…

หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2562…บรรเทาภัยหนาวชาวลำพูน

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2562” ณ จังหวัดลำพูน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และส่งเสริมสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ2562” โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ร่วมกับจังหวัดลำพูน กองทัพอากาศ  สมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  บริษัท จีเอ็มเอ็มมีเดีย จำกัด (มหาชน) สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคมสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย มูลนิธิอิออนประเทศไทย บริษัท อิออนธนสินทรัพย์ จำกัด คุณภูพินธ์ ไค พร้อมด้วยกลุ่มอาสากาชาดไทยเชื้อสายอินเดีย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทมจำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มาเรีย พิซเซเรีย แอนด์เรสเตอรองต์ จำกัด บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท…

ระดมความคิดเพื่อยกระดับสู่ความเป็นผู้นำด้านการปลูกถ่ายอวัยวะในเอเชีย

นับเป็นเวลากว่า 24 ปี ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับแจ้งผู้บริจาคอวัยวะ จัดสรรอวัยวะ รวมทั้งประสานงานกับโรงพยาบาลทั่วประเทศเมื่อมีผู้เสียชีวิตสมองตายที่ญาติมีความประสงค์จะบริจาคอวัยวะกับโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความเป็นธรรม เสมอภาค ไม่เลือกชั้น วรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา และไม่มีการซื้อขายอวัยวะ นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า  “กระบวนการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ มีขั้นตอนการประสานงานทั้งในส่วนของโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะโรงพยาบาลที่ปลูกถ่ายอวัยวะ  ทีมแพทย์ผ่าตัด การจัดหายานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมาชิกในการเดินทางไปทำการผ่าตัดยังโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะ และการจัดส่งอวัยวะที่ได้รับบริจาคไปยังโรงพยาบาลที่ปลูกถ่ายอวัยวะให้อวัยวะนั้นๆ มีคุณภาพดี ประสิทธิภาพดี และปลอดภัย โดยศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ รวมถึงประสานงานในทุกขั้นตอนเพื่อให้อวัยวะที่ได้รับจากผู้บริจาคนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีและเกิดประโยชน์อันสูงสุด”  ทั้งนี้กระบวนการรับบริจาคอวัยวะและปลูกถ่ายอวัยวะเป็นงานที่มีความท้าทายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนโดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทยได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งนอกจากดำเนินงานด้านการรับบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตสมองตายแล้วยังจัดกิจกรรมวิชาการและการประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมสุขภาพในเขตบริการให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้มีผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นจากปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา การดำเนินงานที่ผ่านมา ยังพบว่ามีอุปสรรคบางประการที่สามารถแก้ไขและพัฒนากระบวนการบริจาคอวัยวะต่อไปได้ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย จึงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมก้าวสู่ยุคใหม่ ของการบริจาคอวัยวะ” เมื่อวันที่ 8…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “นำพาชีวิตผู้ป่วยจากโลกมืด ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง”

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2508มีภารกิจหลักในการรับบริจาคดวงตาจากผู้มีกุศลจิต การจัดเก็บดวงตาจากผู้มีกุศลจิตเมื่อถึงแก่กรรมการนำดวงตามาวิเคราะห์ และมอบให้กับจักษุแพทย์ทั่วประเทศเพื่อนำไปใช้ในการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระจกตาพิการซึ่งจะมอบให้ตามลำดับคิวการจอง หลายคนคิดว่า คนตาบอดทุกชนิดสามารถเปลี่ยนดวงตาแล้วกลับมามองเห็นได้แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ดวงตา” มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายกับลูกบอล ส่วนที่เปลี่ยนได้เรียกว่า“กระจกตา” มีลักษณะโค้งนูนใส อยู่ด้านหน้าตรงกลางของดวงตา ซึ่งการผ่าตัดนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการมองเห็นของดวงตาผู้ป่วยยังดีอยู่ ดังนั้นคนตาบอดที่จะมารับการเปลี่ยนกระจกตาจะต้องมีสาเหตุจากกระจกตาเท่านั้น สถิติตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ดวงตาจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 พบว่ามีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา 1,217,213 ราย ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 13,515 ราย และมีผู้ป่วยกระจกตาพิการที่รอดวงตาบริจาคเป็นจำนวนมากถึง 12,078 ราย ซึ่งต้องใช้เวลาในการรอคอยนานอย่างน้อย3-5 ปี เห็นได้ว่าการจัดเก็บเพื่อใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตานั้น ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคโดยเฉพาะการเปลี่ยนกระจกตาในผู้ป่วยที่ตาบอดทั้ง 2 ข้างให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้งหลังจากเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน เมื่อมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่มีผู้ประสานงานในการเจรจากับญาติ และญาติมีความยินยอมในการบริจาคดวงตา ก็จะสามารถจัดเก็บดวงตามาได้ ซึ่งถือว่าญาติได้เป็นสะพานในการสร้างบุญครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด จึงต้องจัดเก็บดวงตาให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมง ญาติของผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา ควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันที หลังจากผู้บริจาคเสียชีวิต เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด กรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นโรคต้องห้ามจะไม่สามารถเป็นผู้บริจาคดวงตาได้ ได้แก่ โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไวรัสตับอักเสบซี โรคซิฟิลิส โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต โรคติดเชื้อทางสมองบางชนิด โรคมะเร็งบางชนิด หรือโรคติดเชื้ออื่น…