โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

สภากาชาดไทย สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อวันที่ 18 ม.ค 2564 นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี โดยได้ทราบความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตามโครงการฯ ดังนี้ 1.การคัดเลือกครูอาสาสอนหนังสือ/ภาษาไทยตามโครงการแก่เด็กนักเรียนและเยาวชนตามเป้าหมายพบว่าการใช้ครูอาสาหรือบุคคลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ว่างเว้นจากการสอนหนังสือตามปกติหรือการรับสมัครให้ครู/อาจารย์ที่เกษียณราชการหรือบุคคลที่มีความรู้ด้านการสอนหนังสือและมีจิตอาสาเข้าร่วมโครงการมาสอนเสริมแก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมายจะสามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพเพราะทั้งครูอาสาและนักเรียนไม่ต้องเดินทางไกลจากที่พักสามารถนัดสถานที่และเวลาสอนเสริมได้สะดวกไม่เสียเวลาและไม่เสียค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณมากนัก 2.เพื่อให้การกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอนเสริมภาษาไทยให้สอดคล้องสภาพปัญหาและข้อจำกัดในการใช้ภาษาไทยของนักเรียนนั้น สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดมีข้อแนะนำว่าควรจัดนักเรียนเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ 2.1 กลุ่มเด็กนักเรียนจากครอบครัวกลุ่มชาติพันธ์ุที่ใช้ภาษาชนเผ่าติดต่อสื่อสารกันในครอบครัวเกือบตลอด 24 ชั่วโมงประกอบกับมีภูมิลำเนาครอบครัวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารไม่มีไฟฟ้าและไม่มีเครื่องมือสื่อสารต่างๆ จึงไม่ได้ยินเสียงภาษาไทยจากสื่อทีวีหรือวิทยุทำให้ไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและการสื่อสารในครอบครัวก็ใช้ภาษาชนชาติพันธุ์ตนเองเท่านั้น นักเรียนกลุ่มนี้มีโอกาสใช้ภาษาไทยได้เมื่อมาโรงเรียนเท่านั้น 2.2 กลุ่มนักเรียนเป้าหมายที่มีวัฒนธรรมและการใช้ภาษาตามอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไป เช่น นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เมื่อกลับไปบ้านหรือภูมิลำเนาของตนเองจะสื่อสารกับบุคคลในครอบครัวด้วยภาษามาลายูเดิมรวมทั้งบางครอบครัวอาจไม่สามารถมาเรียนหนังสือได้สม่ำเสมอเพราะต้องช่วยผู้ปกครองทำงานบ้าน แต่นักเรียนเหล่านี้ยังมีโอกาสได้ใช้และได้ฟังภาษาไทยจากสื่อภาษาไทยต่าง ๆ รวมทั้งในชุมชนข้างเคียงเมื่อกลับไปบ้านหรือภูมิลำเนามากกว่านักเรียนกลุ่มแรก 2.3 กลุ่มนักเรียนไทยทั่วไปที่ไม่สามารถใช้ภาษาไทยทั้งการอ่านและเขียนนั้น อาจเกิดจากมีปัญหาครอบครัวยากจนรายได้ไม่เพียงพอต้องขาดการเรียนไปช่วยผู้ปกครองทำงานทำให้ไม่มีเวลาเรียนได้เต็มตามหลักสูตรหรือมีปัญหาด้านการพัฒนาการทางการเรียนรู้ (LD) เป็นต้น นายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่าจะนำผลการติดตามการดำเนินงานของโครงการฯที่จังหวัดนราธิวาสไปแนะนำเหล่ากาชาดจังหวัดต่างๆในการรับสมัครครูอาสาสอนเสริมภาษาไทยและปรับวิธีการ รวมทั้งเทคนิคการถ่ายทอดการใช้ภาษาไทยให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของนักเรียนตามกลุ่มปัญหาต่างๆรวมทั้งจะเน้นให้เหล่ากาชาดจังหวัดคัดเลือกครูอาสาจากกลุ่มบุคคลในพื้นที่ก่อน เช่น กลุ่มครูที่เกษียณหรือบุคคลที่มีคุณวุฒิด้านการสอนและมีเวลาว่างพร้อมเป็นครูอาสาร่วมสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการข้างต้น สำหรับสถานที่และเวลาการสอนเสริมให้เหล่ากาชาดประสานงานกับครูใหญ่หรือผู้บริหารสถานศึกษาของนักเรียนเป้าหมายรวมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตต่างๆ/สำนักงาน กศน./สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/มหาวิทยาลัยในพื้นที่/หน่วยงาน ตชด. ตลอดจนภาคีเครือข่ายหน่วยงานต่างๆที่อาสาสมัครมาร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกับสภากาชาดไทย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ชมรมครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นต้น…

905 พระราชทานแจกันดอกไม้

ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เยี่ยมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร

วันที่ 2 มกราคม 2564 เวลา 10.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เยี่ยม นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมีนางสาววีราพร วิจิตร์แสงศรี บุตรสาวเป็นผู้แทนรับมอบเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยมาในโอกาสนี้ด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เข้ารับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และพักรักษาตัวอยู่ในห้องแยกผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาได้ย้ายเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564

เหล่ากาชาด จ.สมุทรสาคร รับมอบข้าวสาร 10 ตัน จากเหล่ากาชาด จ.สุรินทร์

วันที่ 27 ธันวาคม 2563 เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร รับมอบข้าวสาร จำนวน 10 ตัน จากเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาชุมชน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ณ เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร

สภากาชาดไทย ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด และเหล่ากาชาดจังหวัดต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 26 ธันวาคม 2563 โดยมอบชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤตโควิด 19 พร้อมน้ำดื่ม รวมทั้งสิ้น 160,472 ชุด  มูลค่า 105,911,520 บาท  ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงมากยิ่งขึ้น หากไม่มีการป้องกันและเฝ้าระวังในกลุ่มดังกล่าว ดังนั้น สภากาชาดไทย จึงได้ประสานความร่วมมือกับ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) และยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดทำ โครงการ “รวมใจต้านภัยโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ” ขึ้น เพื่อให้กลุ่มประชากรและแรงงานข้ามชาติ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ตามหลักมนุษยธรรมตลอดจนช่วยให้มาตรการควบคุมการแพร่กระจายของโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งดำเนินการมาแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน  โดยโครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิด-19…

ช่วยโควิดสมุทรสาคร

สภากาชาดไทยส่งความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 จ.สมุทรสาคร

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อ เกิดภาวะการขาดแคลนอย่างกะทันหัน วันที่ 21 ธันวาคม 2563 สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดจังหวัด และเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ ชุดป้องกันเชื้อโรค PPE จำนวน 2,000 ชุด Single-Use N95 Mask จำนวน 10,000 ชิ้น และ Surgical Mask จำนวน 10,000 ชิ้น นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 สภากาชาดไทยได้จัดส่งชุดธารน้ำใจกู้ชีวิต ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ที่ร้องขอผ่านแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” จำนวน 1,000 ชุด สำหรับผู้ที่กักตัว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ Lock Down ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและจะจัดส่งชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฯ เพิ่มเติมอีก…

ระดมความช่วยเหลือ

สภากาชาดไทยระดมความช่วยเหลือเพื่อสกัดโควิด-19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร

สภากาชาดไทยระดมความช่วยเหลือเพื่อสกัดโควิด-19 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า สภากาชาดไทยมีฐานะเป็นนิติบุคคลดำเนินการอันเป็นสาธารณกุศลเพื่อมนุษยธรรม โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมราชูปถัมภก ในช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด-19 มีแนวโน้มจะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม2563 พบผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อจากจังหวัดสมุทรสาครที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก สภากาชาดไทย จึงได้กำหนดนโยบายโดยมอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัดต่าง ๆ ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อระดมความช่วยเหลือสู่ประชาชนและบุคคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด ได้รับการประสานงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขอรับการสนับสนุนอาหารและอุปกรณ์เพื่อป้องกันการติดต่อจากโรคโควิด-19 เพื่อมอบให้กับบุคลาการทางการแพทย์ พยาบาล และประชาชนที่อยู่ในช่วงกักตัวเพื่อสังเกตอาการ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานภายในของสภากาชาดไทยและหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อขอรับการสนับสนุนสิ่งของให้แก่จังหวัดสมุทรสาคร ดังนี้ 1. สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ จะเริ่มส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคในชุดธารน้ำใจ ให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ในรอบแรกจำนวน 4,000 ชุด เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในระหว่างกักตัวสังเกตอาการ 2. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สนับสนุนชุด PPE จำนวน 2,000 ชุด และหน้ากาก N95สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน…

มอบไม้เท้าเลเซอร์พระราชทาน

มอบไม้เท้าเลเซอร์พระราชทานให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัด จำนวน 2,096 ชิ้น

วันที่ 9 ธันวาคม 2563 ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มอบไม้เท้าเลเซอร์พระราชทานให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัด โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เป็นตัวแทนรับมอบไม้เท้าพระราชทานเพื่อส่งมอบแก่ผู้ป่วยพาร์กินสันใน  76 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 2,096 ชิ้น    ปัญหาการเดินติดขัดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากถึง 60% ในผู้ป่วยพาร์กินสัน ซึ่งผู้ป่วยมีอาการเดินซอยเท้าถี่เป็นช่วง ๆ ไม่ได้เป็นตลอดเวลา ก้าวเท้าไม่ออก มีความรู้สึกเหมือนเท้าติดอยู่ที่พื้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยพาร์กินสันหกล้ม การรักษาอาการเดินติดขัด เน้นในเรื่องของการรับประทานยา ร่วมกับการฝึกก้าวเดิน โดยอาศัยอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีลักษณะพิเศษ เป็นไม้เท้าที่สามารถให้แสงกระตุ้นการเดินเมื่อผู้ป่วยนั้นมีอาการเดินติดขัด ซึ่งไม้เท้านี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงพระราชทานนามว่า ‘ไม้เท้าเลเซอร์พระราชทาน’ เมื่อปีพ.ศ.2553 ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้พัฒนาไม้เท้าเลเซอร์พระราชทานนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เพื่อช่วยแก้ไขอาการเดินติดในผู้ป่วยพาร์กินสันโดยอาศัย แสงเลเซอร์สีเขียวที่ปล่อยออกมาจากไม้เท้า เมื่อผู้ป่วยมีอาการเดินติด เพื่อเป็นสัญญาณกระตุ้นทางสายตา (Visual cues) เพื่อให้ผู้ป่วยก้าวเดิน ซึ่งทางศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯ…

กาชาดช่วยเหลือผู้ประสบเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดที่ จ.สมุทรปราการ

จากเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดและมีไฟลุกไหม้ ณ บริเวณข้างโรงพัก สภ.เปร็ง ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 23-25 ตุลาคม 2563 สภากาชาดไทยได้ให้ความช่วยเหลือและสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว นำโดย เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือและมอบชุดธารน้ำใจฯ อีกทั้ง ยังได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ นอกจากนี้ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมมอบชุดธารน้ำใจฯ ช่วยผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นอีกด้วย

รักษนาวา

เรือพระราชทาน “รักษนาวา” ให้บริการตรวจรักษาลูกเรือประมงแม่น้ำท่าจีน

วันที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. นางชุติพร  วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์  คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายเอกพร จุ้ยสำราญ ปลัดจังหวัดฯ นายวุฒิพงษ์  สุภัควนิช นายอำเภอเมืองฯ นางนวพร  วิเศษวงศ์ษา รองนายกเหล่ากาชาดฯ แพทย์หญิงกานดา  ลิมิตรเลาหพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการแพทย์ สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ นางจริญา  จารุดารา หัวหน้าสถานีกาชาดที่ 11ฯ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ – พยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร สถานีตำรวจน้ำ 4 คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมนำเรือพระราชทาน “รักษนาวา” ออกให้บริการตรวจรักษาพยาบาลให้กับลูกเรือประมงและเรือพานิชย์เทียบท่าอยู่ปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี เปิดเผยว่า การออกให้บริการตรวจรักษาโรคด้วยเรือกาชาดจังหวัดสมุทรสาคร มีกำหนดการให้บริการในเดือนกันยายน 2563 จำนวน 2 วัน คือ วันที่…

ครัวพระราชทานนราธิวาส

พิธีเปิดครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย จ.นราธิวาส

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยและทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ จัดตั้ง “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการจัดตั้งครัวพระราชทานแห่งที่ 8 ในระหว่างวันที่ 3 – 12 สิงหาคม 2563 เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่สำหรับนำไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เป็นประธานในพิธีเปิด “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” มอบอาหารพระราชทานและชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤตโควิด-19 ให้แก่ประชาชน จำนวน 100 ชุด ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังได้มอบอาหารพระราชทานให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จำนวน 500 ชุด อำเภอตากใบ จำนวน 900 ชุด อำเภอรือเสาะ จำนวน 900 ชุด…