ซิโนฟาร์มบางบอน

สภากาชาดไทย ให้บริการฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” เข็มที่ 1 แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในเขตบางบอน

วันที่ 18 กันยายน 2564 ที่วัดนินสุขาราม แขวงบางบอน เขตบางบอน แพทย์หญิงกานดา ลิมิตเลาหพันธ์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการแพทย์ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ตรวจเยี่ยมหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” เข็มที่ 1 แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง พื้นที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร หน่วยให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” เป็นความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ที่ประสานงานกันจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนป้องกัน โรคโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดจีน โดยมีกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยสภากาชาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ”ซิโนฟาร์ม” ใน 8 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางบอน บางแค คันนายาว ธนบุรี ดินแดง ราชเทวี ทวีวัฒนาและคลองเตย…

รับสมัครแพทย์พยาบาล Telemed.

สภากาชาดไทย ระดมแพทย์ พยาบาลจิตอาสา ร่วมทีม Telemedicine เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย Home Isolation

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้พบปัญหาในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งไม่สามารถเพิ่มได้ทันกับจำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน ดังนั้น การรักษาพยาบาล โดยการคัดกรองและประเมินอาการทางโทรศัพท์ (Telemedicine) โดยทีมแพทย์ พยาบาล จึงมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ขณะนี้ นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “การแยกกักตัวเองที่บ้านของผู้ป่วยโควิด -19 หรือ Home Isolation เป็นหนทางหนึ่งในการลดปริมาณผู้ป่วยโควิด-19 ในการไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถแยกกักตัวเองที่บ้านได้ และลงทะเบียนเข้าระบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจะได้รับอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และการดูแลรักษา ผ่านทาง Telemedicine ซึ่งเป็นการสื่อสารสองทาง สามารถเข้าถึงการตรวจรักษาและวินิจฉัยจากแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยสามารถติดตามการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และคำแนะนำจากแพทย์ได้โดยตรง และได้รับการสั่งยาพื้นฐาน และยาต้านไวรัส Favipiravir และไม่กระทบต่อการจองเตียงในโรงพยาบาลของผู้ป่วยสีเหลือง หรือสีแดง ทำให้รับคนไข้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการดูแลรักษาผ่านทาง Telemedicine จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การระดมทีมแพทย์และพยาบาลจิตอาสาจากทุกภาคส่วน…

สภากาชาดไทยผนึกกำลัง รัฐ เอกชน ให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation)

จากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก ทำให้การบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อการดูแล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้เปิดระบบดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้าน (Home Isolation: HI) แต่เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ทำให้พบว่ายังคงมีบางส่วนที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ป่วยบางส่วนที่รอการติดต่อเป็นระยะเวลานาน กลายเป็นผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงและบางส่วนก็เสียชีวิตแล้ว สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ เล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้จึงประสานความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 (ศบค.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย ศูนย์เอราวัณ แพทยสภา กรุงเทพมหานคร และทีมอาสาสมัครภาคเอกชน ผนึกกำลังร่วมดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation) หลังลงทะเบียนในระบบ Home Isolation ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ Home Isolation กับ สปสช.   ทั้งนี้ สปสช. สภากาชาดไทย ร่วมกับทีมงานจิตอาสา เช่น Let’s be heroes หมอริทช่วยโควิด Thai…

สภากาชาดไทยพร้อมเปิดสิทธิ์ให้ อสส. เข้าระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อขอสนับสนุนชุดธารน้ำใจฯ

สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนให้อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นำระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” มาใช้ในการร้องขอการสนับสนุนชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 จากสภากาชาดไทย เพื่อนำไปมอบให้กับผู้กักกันโรค 14 วัน ที่เดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค และยังไม่มีหน่วยงานอื่นให้ความช่วยเหลือในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมและมีการยกระดับมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จะได้รับ User Account ในการเข้าระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อทำการปักหมุดตำแหน่งของผู้กักกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับความเดือดร้อนด้านเครื่องอุปโภคบริโภคจากการกักตัว 14 วัน และยังไม่มีหน่วยงานอื่นให้การช่วยเหลือ จากนั้นข้อมูลจะผ่านกระบวนการคัดกรอง รวบรวม และส่งคำร้องมายังสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เพื่อให้การสนับสนุนชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ จะส่งมอบชุดธารน้ำใจฯ ให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขต่อไป” โดยในปี พ.ศ. 2563 สภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข…

ฉีดวัคซีนโลตัสพระราม4

สภากาชาดไทย ร่วมกับสำนักอนามัย จัดทีมแพทย์ พยาบาลเสริมทัพฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้มีความเสี่ยงเขตคลองเตย

สภากาชาดไทย ร่วมกับสำนักอนามัย จัดทีมแพทย์ พยาบาลเสริมทัพฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้มีความเสี่ยงเขตคลองเตย อนาคตเตรียมเปิดรับสมัครอาสาสมัครแพทย์ พยาบาล และมอบชุดธารน้ำใจโควิด ฯ สำหรับผู้กักตัว 14 วัน   วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ทีมแพทย์ พยาบาลของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ที่ปฏิบัติงานร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นำทีมโดย แพทย์หญิงกานดา ลิมิตเลาหพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการแพทย์ สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19  ให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ชุมชนแออัดเขตคลองเตย โดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครตั้งเป้าในการฉีดวัคซีนประมาณวันละ 1,500 ราย ณ โลตัส พระราม 4 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อช่วยควบคุมโรคระบาดในพื้นที่คลองเตย กรุงเทพมหานคร ด้านนายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ กล่าวว่า “วันนี้สภากาชาดไทยมาร่วมสนับสนุน กทม.ในการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนักสุดในตอนนี้ ซึ่งก็คือพื้นที่คลองเตย มีทั้งทีมแพทย์และพยาบาลที่มาปฏิบัติงาน นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้เราจะระดมอาสาสมัครของสภากาชาดไทย ที่เป็นแพทย์หรือพยาบาลที่มีจิตอาสา มาช่วยภาครัฐในการระดมฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก…

ครัวเคลื่อนที่

ครัวเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ร่วมฝ่าวิกฤติ COVID-19

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จัดตั้ง “ครัวเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ร่วมฝ่าวิกฤติ COVID-19” ดำเนินการโดยสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ผลิตอาหารปรุงสุก ณ บริเวณสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ เพื่อมอบให้กับผู้ป่วยโควิด-19 ผู้ที่กักตัว และบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี ในมื้อเที่ยงของทุกวัน โดยหลังจากการปรุงและบรรจุกล่องแล้ว จะมีอสม.ของแต่ละพื้นที่เป็นผู้จัดส่งต่อไป ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ปล่อยคาราวานทางการแพทย์

ปล่อยขบวนคาราวานอุปกรณ์การแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานพัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ ร่วมกับ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา รศ.พญ.ภัณฑิลา หฤทัยวิจิตรโชค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านจัดซื้อ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้บริหารสภากาชาดไทย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย  มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 9 เพื่อเดินทางมอบให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และส่งต่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ณ บริเวณด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ปล่อยขบวนคาราวานพัสดุ…

ลำพูน

สภากาชาดไทยเร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติ ดำเนินการโดยยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากลและช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยกระจายความช่วยเหลือไปยังส่วนภูมิภาคผ่านสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ เหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอทั่วประเทศ ด้วยการร่วมมือกับหลายภาคส่วนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยากไร้และขาดแคลน อาทิ มอบชุดธารน้ำใจ กู้ชีวิตฝ่าวิกฤต COVID-19 พร้อมน้ำดื่ม และเข้าเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตนเอง ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือของแต่ละจังหวัด ระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2564 ดังนี้ วันที่ 9 มกราคม 2564 เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม มอบชุดธารน้ำใจฯ พร้อมน้ำดื่ม แก่ผู้กักตนเอง ในพื้นที่ 12 อำเภอ จำนวน 692 ราย และวันที่ 11 มกราคม 2564 ในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 40 ราย   วันที่ 12 มกราคม 2564 เหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท มอบชุดธารน้ำใจฯ พร้อมน้ำดื่ม…

สภากาชาดไทย ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด และเหล่ากาชาดจังหวัดต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 26 ธันวาคม 2563 โดยมอบชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤตโควิด 19 พร้อมน้ำดื่ม รวมทั้งสิ้น 160,472 ชุด  มูลค่า 105,911,520 บาท  ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงมากยิ่งขึ้น หากไม่มีการป้องกันและเฝ้าระวังในกลุ่มดังกล่าว ดังนั้น สภากาชาดไทย จึงได้ประสานความร่วมมือกับ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) และยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดทำ โครงการ “รวมใจต้านภัยโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ” ขึ้น เพื่อให้กลุ่มประชากรและแรงงานข้ามชาติ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ตามหลักมนุษยธรรมตลอดจนช่วยให้มาตรการควบคุมการแพร่กระจายของโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งดำเนินการมาแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน  โดยโครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิด-19…

ช่วยโควิดสมุทรสาคร

สภากาชาดไทยส่งความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19 จ.สมุทรสาคร

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อ เกิดภาวะการขาดแคลนอย่างกะทันหัน วันที่ 21 ธันวาคม 2563 สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดจังหวัด และเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ ชุดป้องกันเชื้อโรค PPE จำนวน 2,000 ชุด Single-Use N95 Mask จำนวน 10,000 ชิ้น และ Surgical Mask จำนวน 10,000 ชิ้น นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 สภากาชาดไทยได้จัดส่งชุดธารน้ำใจกู้ชีวิต ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ที่ร้องขอผ่านแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” จำนวน 1,000 ชุด สำหรับผู้ที่กักตัว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ Lock Down ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและจะจัดส่งชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฯ เพิ่มเติมอีก…