งานวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2562

ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ครบรอบ 54 ปี

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้อุทิศดวงตาที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของผู้อุทิศดวงตาให้แก่สภากาชาดไทย ในการก่อตั้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยครบรอบ 54 ปี วันที่ 17 สิงหาคม 2562 นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ประจำปี 2562 ในโอกาสครบรอบ 54 ปี การก่อตั้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย และพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้บริจาคดวงตาที่ถึงแก่กรรม โดยมีพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการรับบริจาคดวงตาของประเทศไทย เพื่อนำดวงตาที่ได้รับจากการบริจาคไปช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการ ซึ่งต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา โดยวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2512  ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้รับดวงตาบริจาคจากผู้ถึงแก่กรรมเป็นคู่แรก นำไปผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้แก่ผู้ป่วยกระตาพิการ 2 ราย  ดังนั้น…

กาชาดจับมือสาธารณสุข เสริมความเข้มแข็งบริจาคอวัยวะ เนื้อเยื่อ ดวงตา

เสริมความเข้มแข็งการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา

สภากาชาดไทยจับมือกระทรวงสาธารณสุขเสริมความเข้มแข็งการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาการรับบริจาคอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสภากาชาดไทย โดยมี นายแพทย์วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ร่วมในพิธี ณ กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า “กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับสภากาชาดไทย สนับสนุนการดำเนินงานระบบบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง โดยให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปเป็นศูนย์รับบริจาคอวัยวะ (Donor Center) พัฒนาทีมผ่าตัดไตส่วนภูมิภาคอย่างน้อยเขตละ 1 ทีม และมีศูนย์ปลูกถ่ายไตและดวงตาอย่างน้อยเขตละ 1 โรงพยาบาล พร้อมทั้งจัดโครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษามหาราชินี เพิ่มการปลูกถ่ายกระจกตาในผู้ป่วยกระจกตาพิการ 8,400 ราย…

เรื่องเล่าจากศูนย์ดวงตา ตอน “สานต่อความตั้งใจให้น้องชาย”

น้องชายเสียชีวิตเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในขณะมีชีวิตน้องได้แสดงความจำนงบริจาคดวงตากับสภากาชาดไทยไว้ และได้บอกไว้ว่า อยากช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่น ๆ ซึ่งเราก็มีความยินดีในความมีจิตกุศลของน้องชาย เมื่อได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่าน้องเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดชลบุรีก็นึกถึงเจตจำนงของน้องจึงได้ประสานไปยังสภากาชาดไทย ในฐานะพี่สาว เรามีความยินยอมให้จัดเก็บดวงตาไปได้ เพราะเป็นความตั้งใจของน้องที่เราต้องทำให้ความตั้งใจนั้นประสบผลสำเร็จให้ได้ รวมถึงญาติพี่น้องทั้งหมดก็มีความยินยอมและเห็นด้วยเช่นกัน ถือเป็นการสร้างบุญกุศลครั้งสุดท้ายและครอบครัวก็อนุโมทนาบุญกับสิ่งที่เขาทำด้วย ต่อมาไม่นานก็ได้ทราบข่าวว่าแพทย์ได้นำดวงตาของน้องไปผ่าตัดให้กับผู้ป่วยถึง 2 คน ก็ยิ่งรู้สึกดีใจที่ความตั้งใจของน้องเป็นจริงแล้ว ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมแสดงความจำนงบริจาคดวงตากับสภากาชาดไทย อยากให้มีผู้บริจาคดวงตาเพิ่มมากขึ้น เพราะยังมีผู้ป่วยที่รอผ่าตัดอยู่อีกมาก สำหรับญาติผู้บริจาคดวงตา เมื่อผู้เสียชีวิตมีความตั้งใจบริจาคดวงตาไว้แล้ว ญาติต้องสานต่อให้สำเร็จให้ได้   นางสาวกรรณิกา แตงฮ้อ ทายาทผู้บริจาคดวงตา

สานต่อโครงการ Let Them See Love 2019 ต่อเนื่องปีที่ 13

ศูนย์ดวงตาและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ผนึก เครือซีพี และ ทรู คอร์ปอเรชั่น สานต่อโครงการ Let Them See Love 2019 ต่อเนื่องปีที่ 13 ภายใต้แนวคิดสุดแหวก “#คนตายไม่น่ากลัว” สร้างสรรค์โดยผู้กำกับพันล้าน โต้ง บรรจง ครั้งแรกกับการกำกับหนังผีที่ไม่น่ากลัว “6 บทสนทนาสัพเพเหระต่อหน้าศพ” มุ่งสร้างความตระหนักถึงการให้ที่ยั่งยืนด้วยการบริจาคดวงตาและอวัยวะ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ศูนย์ดวงตาและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ผนึกกำลัง เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ Let Them See Love 2019 ต่อเนื่องปีที่ 13 พร้อมเปิดตัวภาพยนต์สั้นชุดใหม่ “6 บทสนทนาสัพเพเหระต่อหน้าศพ” ภายใต้แนวคิด “#คนตายไม่น่ากลัว” กำกับโดย โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับพันล้าน ร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้และย้ำเตือนคนรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปให้เห็นถึงความสำคัญของการบริจาคดวงตาและอวัยวะ โดยสื่อสารผ่านหนังผีที่ไม่น่ากลัว…

เรื่องเล่าจากศูนย์ดวงตา ตอน “โลกใหม่ใบเดิม”

อยากให้ผู้ป่วยท่านอื่นได้รับการเปลี่ยนกระจกตาเช่นกัน เมื่ออายุมาก ย่างเข้า 60 ปี ก็มีความคิดว่าน่าจะไปตรวจสายตาบ้าง จึงไปตรวจแล้วพบว่าเป็น “โรคกระจกตาเสื่อม” ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเกิดจากเซลล์ของกระจกตาทำงานน้อยลงหรือไม่ทำงานตามปกติ ทำให้ค่อย ๆ มองเห็นไม่ชัด มองเห็นเป็นฝ้า เมฆฝนมัว ๆ ตลอดเวลา หากทิ้งไว้นานอาจตาบอดได้ แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา โดยขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคทั้ง 2 ข้างกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย และต้องเข้ารับการตรวจตาทุก ๆ 6 เดือน ในขณะที่การมองเห็นค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ  ในระหว่างระยะเวลาประมาณ 5 ปีที่รอรับการผ่าตัด ต้องใส่แว่นเพื่อช่วยให้พอมองเห็นได้บ้าง แต่ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเดิม จนกระทั่งได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 1 ข้างเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 และต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับกระจกตาได้ แล้วจึงค่อย ๆ มองเห็นได้ดีขึ้น การดำเนินชีวิตก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเช่นกัน สามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร และขณะนี้ก็กำลังรอผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาอีก 1…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “ความหวังที่จะได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง”

มอบดวงตาเมื่อไม่ได้ใช้แล้วให้กับผู้ป่วยที่รอรับบริจาค ได้ใช้ดวงตาของเราต่อไป โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้กับผู้ป่วย เมื่อปี พ.ศ. 2512 และเป็นกระจกตาดวงแรกที่ได้การบริจาคผ่านศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทยอีกด้วย “กระจกตา” มีลักษณะโค้งนูน ใส อยู่ด้านหน้าสุดของดวงตา ทำหน้าที่เป็นเลนส์ชิ้นหนึ่งในการหักเหแสงเพื่อโฟกัสภาพ เมื่อคนไข้มีอาการกระจกตกขุ่น มัว บวม หรือผิดรูปร่าง จะส่งผลต่อการส่งผ่านและหักเหของแสง มีผลต่อการโฟกัสของภาพ ทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง อย่างไรก็ตามกระจกตาสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนได้ แต่ต้องได้รับกระจกตามาจากผู้บริจาคเสียก่อน กระจกตาแบ่งออกเป็น 5 ชั้น สามารถเกิดความผิดปกติขึ้นได้ทุกชั้น โดยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแบบเดิม เมื่อมีความผิดปกติที่กระจกตาชั้นใดจะต้องเปลี่ยนทุกชั้น แต่เทคโนโลยีการผ่าตัดในปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาก ทำให้สามารถผ่าตัดเฉพาะชั้นที่มีความผิดปกติได้ ซึ่งช่วยให้คนไข้ปลอดภัยมากขึ้นและผลการผ่าตัดดีขึ้น ด้วยเทคนิคใหม่นี้ทำให้กระจกตาที่ได้รับจากผู้บริจาค 1 คน จะสามารถแบ่งนำไปผ่าตัดให้กับผู้ป่วยได้มากกว่า 1 คน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่รอเปลี่ยนกระจกได้ ผู้ป่วยมักมีความกังวลว่า เมื่อผ่าตัดแล้วจะมองเห็นดีขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้การผ่าตัดจะได้ผลดี ขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งตัวโรคที่ผู้ป่วยเป็น วิธีการผ่าตัด ตลอดจนส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการมองเห็นของดวงตาว่ายังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่ มีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “ความหวังที่จะได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง”

อยากกลับมาทำงานได้ ไม่ต้องเป็นภาระคนอื่น บางครั้งท้อมากจนถามตัวเองว่า ทุกวันนี้อยู่ไปทำไม หญิงชราอายุ 68 ปี ก่อนมองไม่เห็น มีอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อราคาถูก เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มมีอาการตาแดงก่ำและปวดตามาก จึงไปซื้อยาตามร้านขายยามาหยอดตาเอง แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาล เมื่อเข้ารับการรักษาจึงทำให้รู้ว่า ตาขวาบอดเนื่องจากม่านตาเสื่อมไปแล้ว ส่วนตาซ้ายเป็นโรคต้อกระจก ทำให้ชีวิตยังพอมีความหวังด้วยตาที่เหลือเพียงข้างเดียว เมื่อปี 2559 เกิดอาการไออย่างหนักและล้มอย่างแรง ทำให้เส้นประสาทฝอยในตาแตก จากนั้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยรอเปลี่ยนกระจกตากับศูนย์ดวงตาฯ ซ้ำร้ายยังประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อปี 2560 ยิ่งส่งผลให้ตาซ้ายข้างที่เหลืออยู่แทบมองไม่เห็น ชีวิตเข้าสู่โลกมืดในที่สุด ปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ที่รอคอยดวงตาบริจาคด้วยความหวังในทุกวัน ดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก มองไม่เห็นใคร ที่พอเห็นได้ก็เป็นแค่เงา ๆ การมองไม่เห็นเป็นความทรมานยิ่งกว่าความทรมานใด ๆ เพราะเราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเต็มที่ ต้องคอยพึ่งพาอาศัยคนอื่นอยู่เสมอ คนที่ไม่มีครอบครัวก็ยิ่งแล้ว คงไม่รู้จะหันหน้าไม่พึ่งพาใครได้ หากท่านใดมีจิตเมตตา ขอเชิญชวนบริจาคดวงตาให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศที่ยังรออีกเป็นจำนวนมาก หากได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาและกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ก็อยากจะกลับมารับจ้างตัดเสื้อเหมือนเดิม จะได้มีรายได้เลี้ยงชีพตนเองได้ ส่วนคนที่รอกระจกตาเหมือนตนก็ขอให้อดทน เพราะชีวิตต้องมีความหวังต่อไป คุณรัสมี อารยะนรากูล ผู้ป่วยรอเปลี่ยนกระจกตา

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “คนไข้กระจกตาพิการที่รอคิวเปลี่ยนกระจกตา”

ฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ปฏิบัติงานอย่างครบวงจร ประกอบด้วย การเจรจาขอรับบริจาคดวงตา การจัดเก็บดวงตา และการจัดสรรให้จักษุแพทย์เพื่อนำไปใช้ผ่าตัดรักษาผู้ป่วยกระจกตาพิการ โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานกับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โรงพยาบาลเครือข่าย และผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดกระจกตา ในขั้นแรกผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิรักษาก่อน หากจักษุแพทย์เห็นว่าเป็นโรคกระจกตาพิการและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาก็จะทำการจองในระบบ โดยศูนย์ดวงตาฯ เป็นศูนย์กลางในการรับขึ้นทะเบียนจองดวงตาแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงการจัดเรียงลำดับคิวการจองก่อน-หลัง ด้วยระบบฐานข้อมูลออนไลน์ ศูนย์ดวงตาฯ จัดลำดับดวงตาด้วยความเท่าเทียมและยุติธรรม ใช้หลักการเบื้องต้นในการเรียงลำดับคิวคือ ใครจองก่อน ได้ก่อน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ “ความพร้อมของคนไข้” เป็นสำคัญ และความพร้อมของแพทย์ด้วย ดังนั้นหากคนไข้คิวที่ 1 ยังไม่พร้อมแต่คิวที่ 2 พร้อม คนไข้คิวที่ 2 จะได้รับการผ่าตัดก่อน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาจากอาการของโรค โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มเร่งด่วน และกลุ่มที่รอได้ หลังจากผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต ญาติของผู้บริจาคดวงตาควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันที เพราะภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ได้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด จึงต้องรีบจัดเก็บดวงตาภายใน 6-8 ชั่วโมง เมื่อได้รับแจ้งว่ามีผู้บริจาคดวงตาเสียชีวิต แพทย์จะทำการตรวจประเมินโรคต้องห้าม เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บเบื้องต้น ตรวจประเมินสภาพตาว่าเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจึงจะจัดเก็บดวงตาเพื่อส่งมอบให้ศูนย์ดวงตาฯ ทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง…

เรื่องเล่า…จากศูนย์ดวงตา ตอน “นำพาชีวิตผู้ป่วยจากโลกมืด ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง”

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2508มีภารกิจหลักในการรับบริจาคดวงตาจากผู้มีกุศลจิต การจัดเก็บดวงตาจากผู้มีกุศลจิตเมื่อถึงแก่กรรมการนำดวงตามาวิเคราะห์ และมอบให้กับจักษุแพทย์ทั่วประเทศเพื่อนำไปใช้ในการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระจกตาพิการซึ่งจะมอบให้ตามลำดับคิวการจอง หลายคนคิดว่า คนตาบอดทุกชนิดสามารถเปลี่ยนดวงตาแล้วกลับมามองเห็นได้แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ดวงตา” มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายกับลูกบอล ส่วนที่เปลี่ยนได้เรียกว่า“กระจกตา” มีลักษณะโค้งนูนใส อยู่ด้านหน้าตรงกลางของดวงตา ซึ่งการผ่าตัดนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการมองเห็นของดวงตาผู้ป่วยยังดีอยู่ ดังนั้นคนตาบอดที่จะมารับการเปลี่ยนกระจกตาจะต้องมีสาเหตุจากกระจกตาเท่านั้น สถิติตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ดวงตาจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 พบว่ามีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา 1,217,213 ราย ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 13,515 ราย และมีผู้ป่วยกระจกตาพิการที่รอดวงตาบริจาคเป็นจำนวนมากถึง 12,078 ราย ซึ่งต้องใช้เวลาในการรอคอยนานอย่างน้อย3-5 ปี เห็นได้ว่าการจัดเก็บเพื่อใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตานั้น ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคโดยเฉพาะการเปลี่ยนกระจกตาในผู้ป่วยที่ตาบอดทั้ง 2 ข้างให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้งหลังจากเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน เมื่อมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่มีผู้ประสานงานในการเจรจากับญาติ และญาติมีความยินยอมในการบริจาคดวงตา ก็จะสามารถจัดเก็บดวงตามาได้ ซึ่งถือว่าญาติได้เป็นสะพานในการสร้างบุญครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด จึงต้องจัดเก็บดวงตาให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมง ญาติของผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา ควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันที หลังจากผู้บริจาคเสียชีวิต เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด กรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นโรคต้องห้ามจะไม่สามารถเป็นผู้บริจาคดวงตาได้ ได้แก่ โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไวรัสตับอักเสบซี โรคซิฟิลิส โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต โรคติดเชื้อทางสมองบางชนิด โรคมะเร็งบางชนิด หรือโรคติดเชื้ออื่น…

จากวันพระ…ถึงวันพ่อ ร่วมทอดผ้าป่าดวงตามหากุศล ปีที่ 9

วันที่ 5 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00 น. นายเตช บุนนาค ประธานคณะกรรมการจัดหาและบริการดวงตาแห่งสภากาชาดไทย เป็นประธานจัดกิจกรรม “จากวันพระ…ถึงวันพ่อ ร่วมทอดผ้าป่าดวงตามหากุศล ปีที่ 9” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้รับการรักษา อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการสามารถมองเห็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชวินัยสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โครงการ “จากวันพระ…ถึงวันพ่อ ร่วมทอดผ้าป่าดวงตามหากุศล ปีที่ 9” ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย มีเป้าหมายในการรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนผู้มีกุศลจิตได้มีส่วนร่วมกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการ ตลอดจนการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการบริจาคดวงตา ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2561 ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2561 มีเป้าหมาย คือ ผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา จำนวน 45,000 ราย…