ขอแสดงความยินดีกับ นางวลีภรณ์ ริยะกุล ในโอกาสได้รับเหรียญฟลอเรนซ์ ไนติงเกล

ขอแสดงความยินดีกับ นางวลีภรณ์ ริยะกุล ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล ด้านการพยาบาลเฉพาะทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในโอกาสได้รับเหรียญฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ครั้งที่ 48 (48th Attribution of the Florence Nightingale) เนื่องในวันพยาบาลสากล ซึ่งเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศอันสูงสุดสำหรับพยาบาลสภากาชาดทั่วโลก นางวลีภรณ์ ริยะกุล เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในสถานการณ์ความขัดแย้ง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุบัติเหตุ วินาศกรรมและโรคระบาด โดยแต่ละเหตุการณ์ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง อาทิ เหตุการณ์แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เหตุการณ์เพลิงไหม้ซานติก้าผับ เหตุการณ์สึนามิในประเทศไทย สถานการ์การแพ่รระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ในเหตุการณ์การประท้วงทางการเมือง แสดงให้เห็นถึงการอุทิศแรงกายแรงใจในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยยึดถือหลักการความไม่ลำเอียงและไม่เลือกปฏิบัติ

ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ เข้าพบหารือกับเลขาธิการสภากาชาดไทย

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 นางคริสติน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในประเด็นเมียนมา พร้อมคณะ  ได้เข้าพบหารือกับนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ณ ห้องรับรองชั้นล่าง อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย โดย ทั้งสองฝ่ายได้หารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น มุมมอง เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ความพร้อมของสภากาชาดไทยกรณีเกิดการอพยพหนีภัยของชาวเมียนมาจำนวนมากเข้ามาในบริเวณชายขอบประเทศไทย และการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ  ทั้งนี้ ผู้แทนพิเศษฯ ยินดีให้การสนับสนุนสภากาชาดไทย ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยจากสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

สภากาชาดไทยพร้อมเปิดสิทธิ์ให้ อสส. เข้าระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อขอสนับสนุนชุดธารน้ำใจฯ

สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนให้อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นำระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” มาใช้ในการร้องขอการสนับสนุนชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 จากสภากาชาดไทย เพื่อนำไปมอบให้กับผู้กักกันโรค 14 วัน ที่เดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค และยังไม่มีหน่วยงานอื่นให้ความช่วยเหลือในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมและมีการยกระดับมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จะได้รับ User Account ในการเข้าระบบแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อทำการปักหมุดตำแหน่งของผู้กักกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับความเดือดร้อนด้านเครื่องอุปโภคบริโภคจากการกักตัว 14 วัน และยังไม่มีหน่วยงานอื่นให้การช่วยเหลือ จากนั้นข้อมูลจะผ่านกระบวนการคัดกรอง รวบรวม และส่งคำร้องมายังสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เพื่อให้การสนับสนุนชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ จะส่งมอบชุดธารน้ำใจฯ ให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขต่อไป” โดยในปี พ.ศ. 2563 สภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข…

ครัวพระราชทาน บุรีรัมย์

“ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” จังหวัดบุรีรัมย์

  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยและทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ จัดตั้ง “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” ณ โดมสวนรมย์บุรี 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 11 – 20 พฤษภาคม 2564  เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่สำหรับนำไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” มอบอาหารพระราชทาน จำนวน 3,500 ชุด ให้แก่ผู้แทนชุมชนและนายอำเภอ แบ่งเป็นอำเภอเมืองบุรีรัมย์ 1,500 ชุด และอำเภอคูเมือง 2,000 ชุด ณ โดมสวนรมย์บุรี 200…

สาส์นเนื่องในโอกาสวันกาชาดโลก 8 พฤษภาคม 2564

วันที่ 8 พฤษภาคมของทุกปีตรงกับวันกาชาดโลก วันสำคัญในการเฉลิมฉลองหลักการ คุณค่า ประวัติศาสตร์ และผลกระทบที่กลุ่มองค์กรกาชาดได้ทำงานอย่างหนักให้เกิดขึ้น แท้จริงแล้ววันนี้คือวันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของนายอังรี ดูนังต์ ในปี 2371 บิดาผู้ก่อตั้งกลุ่มองค์กรกาชาด เขาได้บันทึกเรื่องราวอันเจ็บปวดในสมรภูมิรบที่เมืองโซลเฟริโน ในอิตาลี ปี 2402 ในหนังสือของเขาที่มีชื่อว่า ความทรงจำแห่งโซลเฟริโน ได้แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ในการทำงานด้านมนุษยธรรมและนำไปสู่การเกิดขึ้นขององค์กรอาสาสมัครบรรเทาทุกข์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบโดยไม่มีการแบ่งแยก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหลักการที่ถูกนำมาปฏิบัติในการทำงานของกลุ่มองค์กรกาชาด ช่วงเวลาเกือบสองศตวรรษนับตั้งแต่การริเริ่มของนายอังรี ดูนังต์ในการก่อตั้งองค์กรอาสาสมัครบรรเทาทุกข์ในทุกประเทศ ธรรมชาติของสงครามและภัยพิบัติอื่นๆได้เปลี่ยนแปลงไปแต่สิ่งที่ยังคงอยู่เช่นเดิมคือความเจ็บปวดของมวลมนุษยชาติ หลายปีที่ผ่านมาสันติภาพไม่เคยเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ในทางกลับกันเรายังคงเห็นความเจ็บปวดขยายตัวเพิ่มขึ้น ปีที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโลกต่อการแพร่ระบาดของโรคร้าย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ได้สะท้อนให้เห็นได้อย่างเด่นชัดถึงความทุ่มเทและความสำเร็จในการทำงานของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ของกลุ่มองค์กรกาชาด ความท้าทายที่เกิดขึ้นในโลกทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นแต่ท่ามกลางสภาวการณ์ของการแพร่ระบาด ความเร่งด่วนด้านภาวะโลกร้อน และภยันตรายนานัปประการจากชุมชนที่ตกอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงของภัยพิบัติและความขาดแคลนแต่ที่ปลายอุโมงค์ยังคงมีความหวัง ความหวังนี้ถักทอขึ้นผ่านการลงมือกระทำด้วยความกรุณาจากคนคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งไปยังคนที่อยู่ในชุมชนทั้งน้อยใหญ่ทั่วโลก เมื่อใดก็ตามที่เกิดวิกฤตจะมีอาสาสมัครของกลุ่มองค์กรกาชาดที่พร้อมทำงานเพื่อให้การสนับสนุนผู้คนที่ได้รับผลกระทบและทำให้แน่ใจว่าพวกเขาเหล่านั้นจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและกลับไปใช้ชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีโดยเร็วที่สุด การทำงานของเหล่าอาสาสมัครเหล่านี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ เนื่องในโอกาสวันกาชาดโลก เราจึงขอถือโอกาสนี้ในการยกย่องอาสาสมัคร สมาชิก และ เจ้าหน้าที่หลายล้านคนที่ทำงานหนักในทุกๆวันเพื่อให้การป้องกันและลดทอนความเจ็บปวดของมวลมนุษยชาติ พวกเขาทำงานในแนวหน้าท่ามกลางวิกฤต อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และ เสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวเอง พวกเขาสมควรได้รับการขอบคุณจากเรา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของกลุ่มองค์กรกาชาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสภากาชาดประเทศต่างๆ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ในการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง เราเข้าถึงผู้คนหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดในเกือบทุกประเทศทั่วโลกและยังคงตอบสนองต่อภัยพิบัติ การขัดกันทางอาวุธและวิกฤตอื่นๆ เราทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น…

บริจาคพลาสม่ารอบ 2

ถึงเวลาช่วยชาติ รอบ 2 ชวนผู้ป่วย COVID-19 เพศชาย ที่หายดีแล้ว ร่วมบริจาคพลาสมา

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนผู้ป่วย COVID-19 เพศชายที่หายดีแล้ว สุขภาพแข็งแรง มาร่วมบริจาคพลาสมา เพื่อนำไปช่วยเสริมการรักษา ลดความรุนแรงโรคให้แก่ผู้ป่วย COVID-19 รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากการรับสมัครผู้บริจาคพลาสมาในรอบแรกปีที่แล้ว ให้กลับมาเป็นฮีโร่ในโครงการวิจัยการใช้พลาสมาเพื่อเสริมการรักษาโรค เนื่องจากพลาสมาของผู้ป่วยที่หายจากโรคแล้วจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัส สามารถนำไปใช้เสริมการรักษาผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรค โดยยับยั้งไวรัสก่อนที่จะเข้าไปทำลายเซลล์ปอดขั้นรุนแรงได้ ซึ่งพลาสมาที่รวบรวมได้ในขณะนี้ได้ถูกเบิกใช้จนหมดแล้วจากการที่มีผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมาก โดยมีการใช้ในผู้ป่วยแล้วกว่า 240 ราย ทั้งนี้ จากข้อมูลการรับบริจาคพลาสมาที่ผ่านมา พบว่าผู้สมัครเพศชายจะมีคุณสมบัติในการบริจาคพลาสมาได้มากกว่าเพศหญิง เนื่องจาก มีภูมิต้านทานต่อเชื้อ COVID-19 มากกว่า และรักษาระดับอยู่ในร่างกายนานกว่าเพศหญิง มีเส้นเลือดบริเวณข้อพับแขนชัดเจนกว่าเพศหญิง ความเข้มโลหิตผ่านเกณฑ์มากกว่าเพศหญิง ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนของผู้รับมากกว่าเพศหญิง ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า พลาสมาของผู้ที่หายจากโรค COVID-19 จะมีประโยชน์อย่างมากในการใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวม และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ หากได้ให้ตั้งแต่เริ่มแรกจะได้ผลดี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว พบว่าสามารถป้องกันการดำเนินโรคไม่ให้ทรุดลง…

ฉีดวัคซีนโลตัสพระราม4

สภากาชาดไทย ร่วมกับสำนักอนามัย จัดทีมแพทย์ พยาบาลเสริมทัพฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้มีความเสี่ยงเขตคลองเตย

สภากาชาดไทย ร่วมกับสำนักอนามัย จัดทีมแพทย์ พยาบาลเสริมทัพฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้มีความเสี่ยงเขตคลองเตย อนาคตเตรียมเปิดรับสมัครอาสาสมัครแพทย์ พยาบาล และมอบชุดธารน้ำใจโควิด ฯ สำหรับผู้กักตัว 14 วัน   วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ทีมแพทย์ พยาบาลของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ที่ปฏิบัติงานร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นำทีมโดย แพทย์หญิงกานดา ลิมิตเลาหพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการแพทย์ สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19  ให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ชุมชนแออัดเขตคลองเตย โดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครตั้งเป้าในการฉีดวัคซีนประมาณวันละ 1,500 ราย ณ โลตัส พระราม 4 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อช่วยควบคุมโรคระบาดในพื้นที่คลองเตย กรุงเทพมหานคร ด้านนายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ กล่าวว่า “วันนี้สภากาชาดไทยมาร่วมสนับสนุน กทม.ในการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนักสุดในตอนนี้ ซึ่งก็คือพื้นที่คลองเตย มีทั้งทีมแพทย์และพยาบาลที่มาปฏิบัติงาน นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้เราจะระดมอาสาสมัครของสภากาชาดไทย ที่เป็นแพทย์หรือพยาบาลที่มีจิตอาสา มาช่วยภาครัฐในการระดมฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก…

เชิญชวนบริจาคโลหิตเนื่องในวันกาชาดโลก

8 พฤษภา กาชาดโลก รวมพลังคนไทย บริจาคโลหิต มั่นใจ ปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยกัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนคนไทยทุกคนรวมพลังช่วยกาชาด ร่วมใจบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย มั่นใจ ปลอดภัย ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยกัน เนื่องในวันกาชาดโลก 8 พฤษภาคม 2564 (World Red Cross Red and Crescent Day 2021) ระหว่างวันที่ 3-8 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันกาชาดโลก ตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอังรี ดูนังต์ ผู้ให้กำเนิดกาชาดสากล สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC)…

ติมอร์-เลสเต

สภากาชาดไทยสนับสนุนเงินช่วยเหลือเหตุพายุไซโคลนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต

สภากาชาดไทยได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจต่อสภากาชาดติมอร์-เลสเต และสนับสนุนเงินช่วยเหลือในการตอบโต้ภัยพิบัติฉุกเฉินเป็นจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 314,700 บาท เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 ต่อเหตุพายุไซโคลนในพื้นที่กรุงดิลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต อันเป็นผลมาจากอุทกภัยและดินถล่ม ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2564 เหตุภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 42 คน ประชาชนกว่า 10,000 คนได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายด้านที่พักอาศัย ต้องการที่พักพิงชั่วคราว และความต้องการด้านสาธารณูปโภค เช่น ขาดแคลนอาหาร และน้ำดื่ม   สภากาชาดติมอร์-เลสเตได้ออกปฏิบัติการตอบโต้ภัยพิบัติในทันทีด้วยการลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ สร้างที่พักพิงชั่วคราว รวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านจิตใจและสวัสดิการอื่น ๆ แก่ผู้ประสบภัย รวมถึงร้องขอความช่วยเหลือในการตอบโต้ภัยพิบัติจากกองทุนเพื่อการบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน (The Disaster Relief Emergency Fund – DREF) สหพันธ์สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC)

ช่วยกาชาดเมียนมา

สภากาชาดไทยสนับสนุนเงินช่วยเหลือปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดเมียนมา

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 สภากาชาดไทยได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมจำนวน 1,000,000 บาท แก่สภากาชาดเมียนมา ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง โดยศาสตราจารย์ ดร.ติน ซอ โซ เลขาธิการสภากาชาดเมียนมา รับมอบเงินบริจาคจากเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ณ สถานเอกอัครราชทูต ขณะนี้ สภากาชาดไทยกำลังดำเนินการเตรียมสิ่งของบริจาคมูลค่า 2,000,000 บาท เพื่อจัดส่งให้สภากาชาดเมียนมา ก่อนหน้านี้ สภากาชาดไทยส่งหนังสือแสดงความเสียใจแก่สภากาชาดเมียนมาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา และได้เปิดรับบริจาคจากสาธารณชนเพื่อสนับสนุนสภากาชาดเมียนมาอีกด้วย สภากาชาดเมียนมามุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฐมพยาบาลแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ปฐมพยาบาล รถพยาบาล เปลแบบพับได้ รองเท้าสำหรับเดิน และอุปกรณ์อื่นๆ อาหาร เครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่กาชาดและอาสาสมัคร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ที่ประชุมสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 10 ประเทศ รวมถึงสภากาชาดติมอร์-เลสเต ตกลงที่จะแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสภากาชาดเมียนมาและสนับสนุนปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดเมียนมา ท่ามกลางเหตุการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา