เปิดรับอาสาสมัครทำ Face shield

เปิดรับอาสาสมัครทำ Face shield เพื่อส่งต่อให้แพทย์ พยาบาล

สภากาชาดไทย ร่วมกับ  MedAsa  ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาฯ  และบริษัทไปรษณีย์ไทย เปิดรับอาสาสมัครทำ Face shield เพื่อส่งต่อให้แพทย์ พยาบาล ตามโรงพยาบาลต่างๆ วันที่ 10 เมษายน 2563 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กลุ่ม MedAsa หรือ “สยามชีวาภิบาล” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการวิจัย สภากาชาดไทย เพื่อสร้างนวัตกรรมสำหรับงานอาสา ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาฯ  และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดรับอาสาสมัครทำ Face shield ที่บ้านเพื่อส่งต่อให้แพทย์ พยาบาล ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบันแพทย์และพยาบาลเป็นเสมือนด่านหน้าที่ต้องคอยรับมือกับโรค COVID-19 และ Face Shield คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องแพทย์และพยาบาล ซึ่งขณะนี้ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการในการปฎิบัติงานสู้กับวิกฤต COVID-19 สิ่งที่เราคนไทยสามารถช่วยได้ในวิกฤตนี้คือ การจัดทำ Face Shield อยู่ที่บ้าน โดยผู้ที่สนใจสมัครเป็นอาสาสมัคร สามารถสมัครผ่าน https://medasa.org/ โดยอาสา ร่วมทำ Face shield…

เลือดขาด

คนไทยไม่ทิ้งกัน บริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วยได้ 3 ช่องทาง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันบริจาคโลหิต อย่ารอให้ถึงวันที่ผู้ป่วยไม่มีโลหิตในการรักษา รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 เป็นเหตุให้ผู้บริจาคโลหิตมีความกังวลในการเดินทางมาบริจาคโลหิต ทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลง การปรับขนาดหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต จากจำนวน 200-300 คน ให้เล็กลง เหลือเพียง 30 คน จนขณะนี้มีปริมาณโลหิตไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่ต้องใช้โลหิตในการผ่าตัด รวมทั้งผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิตเป็นประจำ ปัจจุบันมีการเบิกขอใช้โลหิตมายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ เฉลี่ยวันละ 5,400 ยูนิตต่อวัน แต่สามารถจ่ายเลือดให้ได้เฉลี่ย 2,400 ยูนิตต่อวัน หรือร้อยละ 44 เท่านั้น จึงต้องจัดหาโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการอย่างเร่งด่วน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษา ร่วมบริจาคโลหิตได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ บริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ , สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)…

สภากาชาดไทย ต้องการพลาสมาจากผู้ป่วย COVID-19 ที่หายแล้ว พร้อมเปิดลงทะเบียนออนไลน์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนผู้ป่วยที่หายจากโรค COVID-19 กลับมาเป็นผู้ให้พลาสมาที่มีภูมิต้านทานต่อไวรัส นำไปใช้รักษาโรค และช่วยยับยั้งไม่ให้ปอดอักเสบอย่างรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ การรักษาผู้ป่วยยังต้องพึ่งพาการให้ยารักษาตามอาการของผู้ป่วย และการผลิตวัคซีนยังอยู่ในกระบวนการของพัฒนาและวิจัยอย่างเร่งด่วน แต่ยังมีวิธีการรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่สามารถทำได้ทันทีอีกวิธีหนึ่ง คือ การนำพลาสมาจากผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายแล้ว นำไปใช้รักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงได้ ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งทำหน้าที่ในการรับบริจาคพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ อยู่แล้ว จึงขอรับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายดีแล้ว เพื่อนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ต่อไป โดยผู้ประสงค์จะบริจาคพลาสมา ต้องเป็นผู้ป่วยที่หายดีไม่มีอาการ ออกจากโรงพยาบาลและกักตัวที่บ้านครบ 14 วันแล้ว จึงจะสามารถมาบริจาคพลาสมาได้ หากมีผู้ที่บริจาคพลาสมาพิเศษนี้จำนวนเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้ผู้ป่วยในประเทศได้มีโอกาสการรักษาและรอดชีวิตจากโรค COVID-19 เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ…

สภากาชาดไทย รวมใจต้านภัยโควิด

สภากาชาดไทยผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า 10 ล้านชิ้น พร้อมสนับสนุนชุดธารน้ำใจแก่ผู้ถูกกักกันโรคที่ยากไร้

สภากาชาดไทย จัดโครงการ “ร่วมใจป้องกันภัย COVID-19 ด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า” โดยจับมือกับกระทรวงสาธารณสุข และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า จำนวน 10 ล้านชิ้น ส่งมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ซึ่งเป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดของโรค จำนวน 1 ล้านคน รวม 2 ล้านชิ้น และมอบให้กับประชาชนทั่วทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตได้ครบ 10 ล้านชิ้น ภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน           นายแพทย์พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ในฐานะประธานกรรมการโครงการร่วมใจป้องกันภัย COVID-19 ด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวฯ เป็นความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยกันส่งเสริมให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการระบาดของโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สภากาชาดไทยจัดทำขึ้น เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะนำ สามารถป้องกันการรับและการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19…

เลื่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่

ประกาศเลื่อนการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาวิทยาลัย ประกาศเลื่อนการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (เป็นกรณีพิเศษ) ประจำปีการศึกษา 2562 ออกไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้งนิสิตแพทย์และบุคลากร  

การบริจาคโลหิตลดลง ส่งผลต่อผู้ป่วยโรคเลือด

การบริจาคโลหิตลดลง 50 % ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคเลือด

การบริจาคโลหิตลดลง 50% ส่งผลต่อผู้ป่วยโรคเลือดกว่า 1 หมื่นราย ที่ต้องรับเลือดในการรักษา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ไม่สามารถหยุดการรับบริจาคโลหิตได้ เพราะยังมีผู้ป่วยต้องใช้โลหิตเป็นประจำ คือ ผู้ป่วยเด็กโรคเลือดกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งไม่มียาชนิดใดรักษาได้นอกจากการรับโลหิตเท่านั้น ในภาวะวิกฤติ COVID-19 ส่งผลให้โลหิตในประเทศไทยเข้าขั้นขาดแคลน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจัดหาโลหิตบริจาคในแต่ละวัน จะต้องจัดหาให้ได้ 2,500 ยูนิต แต่ขณะนี้มีจำนวนลดลงกว่า 50% ไม่เพียงพอจ่ายให้กับผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคเลือดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้รับยีนธาลัสซีเมียจากพ่อและแม่ทำให้การสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ส่วนใหญ่มีอาการซีดตั้งแต่อายุขวบปีแรก ในรายที่เป็นชนิดรุนแรง ต้องได้รับการรักษาโดยการรับโลหิตเป็นประจำสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หากไม่ได้รับโลหิต ผู้ป่วยจะมีภาวะซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตจะลดลง       ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเลือด โรคมะเร็ง และชีวาภิบาล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2562 มีผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่ต้องได้รับโลหิตเป็นประจำ จำนวน…

สภากาชาดไทย เปิดรับบริจาคเพื่อร่วมสู้วิกฤติ COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เริ่มขยายวงกว้างไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จึงได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อดังกล่าว สภากาชาดไทย จึงได้จัด “โครงการร่วมใจป้องกันภัย COVID-19 ด้วยหน้ากากอนามัยแบบผ้า” เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า ตามมาตรฐานที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนด โดยมอบให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดทุกจังหวัด ทั้งนี้ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุนการจัดทำหน้ากากอนามัยแบบผ้า โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ชื่อบัญชี ” สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 001-1-34567-0 โดยขอรับใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ที่ donation@redcross.or.th พร้อมแจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ในการจัดส่งใบเสร็จ และเบอร์โทรศัพท์ แนบหลักฐานการโอนเงิน พร้อมระบุ “เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย”   นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังเปิดบัญชีรับบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนจัดซื้อหน้ากาก N95 ชุด PPE เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน”…

องค์กรกาชาดระดมทุน

กลุ่มองค์กรกาชาด ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการต่อสู้กับ COVID-19

กลุ่มองค์กรกาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ระดมทุนจำนวน 26,400 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการต่อสู้กับ COVID-19 เจนีวา-กลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ประกาศระดมทุนฉุกเฉินจำนวน 800 ล้านสวิสฟรังก์ หรือประมาณ 26,400 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางให้สามารถยับยั้งและฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) แม้ว่าเชื้อไวรัส COVID-19 จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่การช่วยให้ผู้คนเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นจะสามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้น้อยลง ฟรานเซสโก ร็อกกา ประธานสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) กล่าวว่า “ภาวะการระบาดใหญ่ไปทั่วโลกในครั้งนี้กำลังทำให้ระบบสาธารณสุขทั่วทั้งระบบตกอยู่ในความเสี่ยง และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสาธารณสุขไม่เข้มแข็งหรือขาดแคลน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมจะต้องร่วมกันอย่างแข็งขันเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์และหยุดยั้งไวรัสนี้ให้ได้ ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เหมือนกัน แต่ผู้อพยพย้ายถิ่นและผู้พลัดถิ่น ผู้ไร้บ้าน และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ถือเป็นกลุ่มคนที่มีการติดเชื้อมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขน้อยที่สุด และยังเป็นผู้ที่เดือดร้อนจากการสูญเสียรายได้มากสุดด้วย เราจะต้องไม่ลืมพวกเขา เราจะต้องเสริมกำลังสนับสนุนเหล่าอาสาสมัครสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของเรา ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าของการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ให้แข็งแกร่ง” กลุ่มองค์กรกาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ มีการดำเนินงานแบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่ การดำเนินงานโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และ สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำแต่ละประเทศจำนวน 192 ประเทศ IFRC อยู่ระหว่างการระดมทุนจำนวน 550 ล้านสวิสฟรังก์…

คลีนิคนิรนามเพิ่มบริการส่งยาต้านไวรัสเอชไอวี ลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

คลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย ปรับบริการเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จัดส่งยาต้านไวรัสให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี  ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกขณะนี้ เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมกันในการชะลอจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสนี้ โดยศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมเป็นหนึ่งในองค์กรในการทำหน้าที่นี้ ด้วยคลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย เป็นหน่วยบริการที่มีความเชี่ยวชาญการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี ทำให้แต่ละวันมีผู้ติดเชื้อและประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อเอชไอวีเข้ารับบริการจำนวนมาก 400-500 คนต่อวัน ขณะที่พื้นที่การให้บริการจำกัดเมื่อเทียบกับจำนวนผู้รับบริการ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิดได้” ดังนั้นเพื่อเป็นการชะลอการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย ได้ปรับการให้บริการ โดยเพิ่มช่องทางจัดส่งยาต้านไวรัสเอชไอวีด้วยระบบขนส่งพัสดุ (service delivery) ให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีของคลีนิคนิรนาม ซึ่งมีผู้รับบริการประมาณ 3,000 กว่ารายต่อเดือน ซึ่งผู้ติดเชื้อสามารถส่งใบสั่งยาและผลการตรวจห้องปฏิบัติการที่เข้ารับบริการยังสถานพยาบาลที่สะดวกมายังคลีนิคนิรนามผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อซื้อยาต้านไวรัสได้คราวละ 6 เดือน ทั้งนี้บริการดังกล่าวรวมถึงผู้รับบริการยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัส” (PRE-EXPOSURE PROPHYLAXIS : PrEP) โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้ความร่วมมือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)     “ช่องทางบริการดังกล่าวจะทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่ต้องเดินทางมาที่คลีนิคนิรนาม โดยเปิดกว้างให้กับผู้ติดเชื้อที่สนใจ จากที่แต่เดิมจะดำเนินการเฉพาะผู้ติดเชื้อบางรายเท่านั้น หากประเมินแล้วได้ผลดี แม้จะไม่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว…

สถานเสาวภา ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

สถานเสาวภา ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สำหรับผู้มารับบริการฉีดวัคซีน ฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับผู้มารับบริการฉีดวัคซีน โดย งดให้บริการชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าประเทศไทย งดให้บริการผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศไม่ถึง 14 วัน และงดให้บริการผู้ที่มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ที่เข้าข่ายหรือติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หากผู้มารับบริการยังอยู่ในระยะเวลา 14 วันหลังสัมผัสโรค พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเวลาทำการ เป็น วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และปิดทำการวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 สอบถามโทร. 0 2252 0161-4 และ 0 2252 0167 หรือ www.saovabha.com