กาชาดช่วยผู้ประสบภัยสปป.ลาว หลังเขื่อนแตก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

จากสถานการณ์เขื่อนเซเปี่ยน – เซน้ำน้อย แขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแตก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตรไหลบ่าลงแม่น้ำเซเปี่ยน เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย และมีผู้สูญหายกว่า 100 คน รวมถึงชาวบ้านอีกกว่า 6,600 คนไร้ที่อยู่อาศัย สภากาชาดไทย ได้มีหนังสือแสดงความเสียใจแก่องค์การกาแดงลาว พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเบื้องต้น จำนวน  5 ,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)  และได้มอบหมายให้  สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้สั่งการให้สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์ สถานีกาชาดที่  4 จังหวัดนครราชสีมา และสถานีกาชาดที่ 7 อุบลราชธานี จัดชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย จำนวน 4,100 ชุด ผ้าห่ม Polyester 5,400 ผืน เต้นท์ 25 หลัง  ชุดผลิตน้ำดื่ม  2 ทีม ซึ่งสามารถผลิตน้ำดื่มได้  6,400…

สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต

จากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มกลางทะเลที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่วันเกิดเหตุสภากาชาดไทยได้จัดตั้งครัวกาชาด ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นำโดยนางสุดาวรรณ ปลอดทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยและอาสาสมัคร ร่วมประกอบอาหารวันละ 3 มื้อ ประมาณ 500-700 กล่อง เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ภัยที่ท่าเรือฉลอง โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และวัดโฆษิต โดยจะตั้งครัวกาชาดไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โอกาสนี้ สมาชิกเหล่ากาชาดที่มีความสามารถด้านภาษาจีนร่วมเป็นล่ามในการสื่อสารด้วย นอกจากนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ และคณะ ยังได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บและมอบสิ่งของเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งเข้าเคารพศพผู้เสียชีวิตและร่วมพิธีฌาปนกิจอีกด้วย ทั้งนี้ สำนักเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ได้มีการซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติร่วมกับจังหวัดภูเก็ตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตเป็นประจำทุกปี โดยแต่ละปีจะกำหนดประเภทของภัยพิบัติแตกต่างกันไป จึงสามารถรับมือเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที  

สภากาชาดไทยร่วมช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

           เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหาร บริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง และบรรจุ ลำเลียงเข้าแจกจ่ายให้แก่คณะทำงานและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ณ บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 พร้อมกันนี้ ได้นำสิ่งของ อาทิ กาแฟสำเร็จรูป เครื่องดื่มชูกำลัง แผ่นบรรเทาอาการปวด และขนมปัง ที่ทางบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในจังหวัดเชียงราย บริจาคผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย มอบให้คณะทำงาน และมอบผ้าห่มกันหนาวและถุงเท้าให้กับทีมกู้ภัยของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (Royal Thai Navy SEAL) อีกด้วย จากนั้น เมื่อเยาวชนทั้ง 13 คน กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว กิ่งกาชาดอำเภอแม่สายจะติดตามและประเมินการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป           นอกจากนี้ เลือดของเด็กที่ออกมาจากถ้ำแล้ว ได้ถูกส่งไปทดสอบเพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรคจากสัตว์สู่คนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อีกด้วย

สถานีกาชาด 11 (วิเศษนิยม) ปรับโฉมใหม่พร้อมให้บริการ

สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม ตั้งอยู่ที่แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ โดยนางผิน แจ่มวิชาสอน เจ้าของโรงงานวิเศษนิยม และญาติ ยกที่ดิน 4 โฉนด เนื้อที่ 3 ไร่ 21 ตารางวา พร้อมบริจาคเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้สภากาชาดไทยเพื่อสร้างสถานีกาชาด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2508 เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2510 ต่อมา เมื่อปีพ.ศ. 2554 ได้วางแผนสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อรองรับประชาชนในเขตภาษีเจริญและพื้นที่ใกล้เคียงให้ได้รับการรักษาพยาบาลแบบครบวงจรในราคาย่อมเยา ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเปิดให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป สถานีกาชาดที่ 11 ให้บริการรักษาโรคทั่วไป โรคเฉพาะทาง จักษุศัลยกรรม ทันตกรรม การฉีดวัคซีน…

เรื่องเล่า…จากบรรเทาทุกข์ ตอน หน่วยแพทย์คืนเสียงสู่โสต

ทำงานด้วยใจ รักษาคนไข้เหมือนญาติของเรา “หมอเรียนจบด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2547 เป็นหมอใช้ทุนที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และสถานีกาชาด ก่อนจะมาอยู่ที่สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ในฐานะของการเป็นหมอ หู คอ จมูก ณ ตอนนั้นมีโครงการคืนเสียงสู่โสต โดย ผศ.ดร.นพ.ม.ล.กรเกียรติ์ สนิทวงศ์ เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา ร่วมกับ นพ.ศัลยเวทย์ เลขะกุล ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิหู คอ จมูก ชนบทในขณะนั้น” “โครงการคืนเสียงสู่โสตเป็นโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ทำหน้าที่ให้บริการตรวจรักษาทั้งทางยาและการผ่าตัด รวมทั้งการตรวจวัดระดับการได้ยินแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคทางหูในถิ่นทุรกันดารและมีฐานะยากจน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เราจะเลือกพื้นที่ที่ไม่มีหมอหู คอ จมูก หรือมีหมอหู คอ จมูกที่ยังขาดความมั่นใจในการผ่าตัดหู ทำให้คนไข้คั่งค้างจำนวนมาก จากนั้นเราก็จะขนเครื่องมือไปออกหน่วย และทำการผ่าตัดให้คนไข้ที่หน่วย โดยคนไข้ไม่ต้องเดินทางอย่างยากลำบากเพื่อไปรับการรักษา” “ตามหลักการของการทำงาน ควรทำงานไปด้วยและมีความสุขไปด้วย แล้วความสุขจะหาได้จากที่ไหน อาจจะไม่ใช่ความสุขสบายส่วนตัว แต่ก็ต้องเป็นความสบายใจ ต้องหาอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุข ซึ่งอาชีพชุดขาวแบบนี้ การได้ทานข้าวเที่ยงบ้าง ไม่ได้ทานบ้างนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เฉพาะหน่วยของสภากาชาดไทย แต่แพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในทุกโรงพยาบาลต่างก็เจอชีวิตแบบนี้…

ขอขมาอาจารย์ใหญ่ – พิธีอาจาริยปูชา ประจำปีการศึกษา 2561

วันที่ 28 มิถุนายน 2561 ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดพิธีอาจาริยปูชา เพื่อขอขมาอาจารย์ใหญ่ก่อนการศึกษา และทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้อุทิศร่างกาย ประจำปีการศึกษา 2561 ณ อาคารแพทยพัฒน์  โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นประธานในพิธี ในช่วงเช้าจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ณ บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 8 หน้าอาคาร อปร และพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคารแพทยพัฒน์ ต่อจากนั้น เป็นพิธีอาจาริยาปูชา โดยนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอขมาร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมทั้งกล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะตั้งใจเรียนรู้ร่างกายที่อาจารย์ใหญ่ได้อุทิศเป็นวิทยาทาน และศึกษาอบรมอย่างเต็มกำลังความสามารถ     นิสิตพร้อมน้อมประนมก้มเศียรเกล้า        กราบแทบเท้าท่านอาจารย์ผู้หลับใหล แพทย์จุฬาฯ คารวะสำนึกใน               …

แจ้งย้ายห้องตรวจผู้ป่วยนอกจักษุกรรม อาคาร ภปร ชั้น 11

ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขอแจ้งแผนการย้ายห้องตรวจผู้ป่วยนอกจักษุกรรม จากเดิมที่ อาคาร ภปร ชั้น 11 ย้ายไป อาคาร ส.ธ. ชั้น 13 และชั้น 14 ผู้ป่วยจักษุกรรมลงทะเบียนที่จุดผู้ป่วยนอก ชั้น 1 อาคาร ส.ธ. โดยจะปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการตั้งแต่วันที่ 2-6 กรกฎาคม 2561 และนอกเวลาราชการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2561 โดยจะเริ่มเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อตอบรับนโยบายการบริการผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4000

16 มิถุนายน วันกำเนิดสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย

  สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการพยาบาลตามพระราชบัญญัติ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย พ.ศ. 2559 ซึ่งยกสถานะมาจากวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย ที่กําเนิดตามพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2457 ในนาม “โรงเรียนนางพยาบาลสภากาชาดสยาม” ซึ่งถือเป็นสถาบันแห่งแรกที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาการพยาบาลในประเทศไทย และดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 104 ปี จึงถือให้วันที่ 16 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันกำเนิดสถาบัน   สถาบันฯ ได้ปฏิบัติพันธกิจตามเจตนารมณ์ของการสร้างบุคลากรทางการพยาบาลให้แก่สภากาชาดไทยและประเทศชาติ เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน และพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป ทั้งในด้านการผลิตบุคลากรด้านการพยาบาล และจัดการศึกษาการพยาบาลศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมและพัฒนา วิชาการ การวิจัย และการให้บริการวิชาการแก่สังคม ให้สามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ประเทศชาติและสภากาชาดไทย   โดยในปีนี้ สถาบันฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในโอกาสวันกำเนิดสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย (ครบรอบ 104 ปี วิทยาลัยการพยาบาลสภากาชาดไทย) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและอุทิศกุศลถวายแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า…

ทุกชีวิตมีความหมาย ให้โลหิต ให้ชีวิต ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2561

  วันผู้บริจาคโลหิตโลก ตรงกับวันที่ 14 มิถุนายน ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ ชาวออสเตรียผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตของโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงร่วมกับสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) สหพันธ์ผู้บริจาคโลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) เชิญชวนให้กาชาดประเทศต่างๆ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อเป็นวันแห่งการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน 100% ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดให้ทุกประเทศทำให้ได้ในปี พ.ศ.2563 สภากาชาดไทย โดย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์คนไทยให้ตระหนักถึงคุณค่าของการให้โลหิต ปีที่ 15 เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2561 (World Blood Donor Day 2018) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2561 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตและส่งเสริมให้คนในสังคมบริจาคโลหิตเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทั่วประเทศ ตามแนวคิด “Be there for…

ก้าวแรกของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 ในพิธีสวมหมวก ประจำปี 2560

พิธีสวมหมวกนักศึกษาพยาบาล เป็นประเพณีของวิชาชีพการพยาบาลและของสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นนักศึกษาพยาบาลโดยสมบูรณ์ และเป็นการต้อนรับเข้าสู่วิชาชีพการพยาบาล รวมทั้งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ผู้กำลังก้าวเข้าสู่วิชาชีพการพยาบาลให้เป็นผู้สำรวมกาย วาจา ใจ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของพยาบาล รวมทั้งรักในศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของสถาบัน และวิชาชีพการพยาบาล เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีสวมหมวกนักศึกษาพยาบาล ประจำปีการศึกษา 2560 แก่นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 ของสถาบันศรีสวรินทิราสภากาชาดไทย จำนวน 206 คน ณ ห้องประชุมหม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาศน์ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย โดยมี คณะผู้บริหารของสภากาชาดไทยและคณะผู้บริหารของสถาบันการพยาบาลฯ ร่วมในพิธี หมวกพยาบาลมีวิวัฒนาการมาจากหมวกของแม่ชีในศาสนาคริสต์ ด้วยวิชาชีพการพยาบาลเริ่มต้นจากการที่ผู้ศรัทธาในพระเจ้ารวมกลุ่มกันทำงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย ต่อมาในสมัยของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (ค.ศ. 1820-1910) ซึ่งเป็นผู้นำทางการพยาบาลชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง ได้กำหนดให้หมวกเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักเรียนพยาบาลในโรงเรียนของเธอ ราวปี ค.ศ. 1900 หมวกพยาบาลในประเทศไทย สมัยแรกเป็นผ้าขาวบางคลุมศีรษะ มีลักษณะจีบพองทรงหม้อตาลและรวบผมเข้าไว้ในหมวกทั้งหมด มีกระบังผ้าขาวบางพับขึ้นข้างบนเพื่อดูงามตา และเปลี่ยนไปตามยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน สำหรับหมวกพยาบาลสภากาชาดไทยนั้น แต่เดิมเป็นหมวกคลุมทั้งศีรษะ…