พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์

พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล รับพระราชทาน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564

ลำพูน

สภากาชาดไทยเร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติ ดำเนินการโดยยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากลและช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยกระจายความช่วยเหลือไปยังส่วนภูมิภาคผ่านสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ เหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอทั่วประเทศ ด้วยการร่วมมือกับหลายภาคส่วนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยากไร้และขาดแคลน อาทิ มอบชุดธารน้ำใจ กู้ชีวิตฝ่าวิกฤต COVID-19 พร้อมน้ำดื่ม และเข้าเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตนเอง ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือของแต่ละจังหวัด ระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2564 ดังนี้ วันที่ 9 มกราคม 2564 เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม มอบชุดธารน้ำใจฯ พร้อมน้ำดื่ม แก่ผู้กักตนเอง ในพื้นที่ 12 อำเภอ จำนวน 692 ราย และวันที่ 11 มกราคม 2564 ในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 40 ราย   วันที่ 12 มกราคม 2564 เหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท มอบชุดธารน้ำใจฯ พร้อมน้ำดื่ม…

โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

สภากาชาดไทย สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

เมื่อวันที่ 18 ม.ค 2564 นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี โดยได้ทราบความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตามโครงการฯ ดังนี้ 1.การคัดเลือกครูอาสาสอนหนังสือ/ภาษาไทยตามโครงการแก่เด็กนักเรียนและเยาวชนตามเป้าหมายพบว่าการใช้ครูอาสาหรือบุคคลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ว่างเว้นจากการสอนหนังสือตามปกติหรือการรับสมัครให้ครู/อาจารย์ที่เกษียณราชการหรือบุคคลที่มีความรู้ด้านการสอนหนังสือและมีจิตอาสาเข้าร่วมโครงการมาสอนเสริมแก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมายจะสามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพเพราะทั้งครูอาสาและนักเรียนไม่ต้องเดินทางไกลจากที่พักสามารถนัดสถานที่และเวลาสอนเสริมได้สะดวกไม่เสียเวลาและไม่เสียค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณมากนัก 2.เพื่อให้การกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอนเสริมภาษาไทยให้สอดคล้องสภาพปัญหาและข้อจำกัดในการใช้ภาษาไทยของนักเรียนนั้น สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดมีข้อแนะนำว่าควรจัดนักเรียนเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ 2.1 กลุ่มเด็กนักเรียนจากครอบครัวกลุ่มชาติพันธ์ุที่ใช้ภาษาชนเผ่าติดต่อสื่อสารกันในครอบครัวเกือบตลอด 24 ชั่วโมงประกอบกับมีภูมิลำเนาครอบครัวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารไม่มีไฟฟ้าและไม่มีเครื่องมือสื่อสารต่างๆ จึงไม่ได้ยินเสียงภาษาไทยจากสื่อทีวีหรือวิทยุทำให้ไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันและการสื่อสารในครอบครัวก็ใช้ภาษาชนชาติพันธุ์ตนเองเท่านั้น นักเรียนกลุ่มนี้มีโอกาสใช้ภาษาไทยได้เมื่อมาโรงเรียนเท่านั้น 2.2 กลุ่มนักเรียนเป้าหมายที่มีวัฒนธรรมและการใช้ภาษาตามอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไป เช่น นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เมื่อกลับไปบ้านหรือภูมิลำเนาของตนเองจะสื่อสารกับบุคคลในครอบครัวด้วยภาษามาลายูเดิมรวมทั้งบางครอบครัวอาจไม่สามารถมาเรียนหนังสือได้สม่ำเสมอเพราะต้องช่วยผู้ปกครองทำงานบ้าน แต่นักเรียนเหล่านี้ยังมีโอกาสได้ใช้และได้ฟังภาษาไทยจากสื่อภาษาไทยต่าง ๆ รวมทั้งในชุมชนข้างเคียงเมื่อกลับไปบ้านหรือภูมิลำเนามากกว่านักเรียนกลุ่มแรก 2.3 กลุ่มนักเรียนไทยทั่วไปที่ไม่สามารถใช้ภาษาไทยทั้งการอ่านและเขียนนั้น อาจเกิดจากมีปัญหาครอบครัวยากจนรายได้ไม่เพียงพอต้องขาดการเรียนไปช่วยผู้ปกครองทำงานทำให้ไม่มีเวลาเรียนได้เต็มตามหลักสูตรหรือมีปัญหาด้านการพัฒนาการทางการเรียนรู้ (LD) เป็นต้น นายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่าจะนำผลการติดตามการดำเนินงานของโครงการฯที่จังหวัดนราธิวาสไปแนะนำเหล่ากาชาดจังหวัดต่างๆในการรับสมัครครูอาสาสอนเสริมภาษาไทยและปรับวิธีการ รวมทั้งเทคนิคการถ่ายทอดการใช้ภาษาไทยให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของนักเรียนตามกลุ่มปัญหาต่างๆรวมทั้งจะเน้นให้เหล่ากาชาดจังหวัดคัดเลือกครูอาสาจากกลุ่มบุคคลในพื้นที่ก่อน เช่น กลุ่มครูที่เกษียณหรือบุคคลที่มีคุณวุฒิด้านการสอนและมีเวลาว่างพร้อมเป็นครูอาสาร่วมสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการข้างต้น สำหรับสถานที่และเวลาการสอนเสริมให้เหล่ากาชาดประสานงานกับครูใหญ่หรือผู้บริหารสถานศึกษาของนักเรียนเป้าหมายรวมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตต่างๆ/สำนักงาน กศน./สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/มหาวิทยาลัยในพื้นที่/หน่วยงาน ตชด. ตลอดจนภาคีเครือข่ายหน่วยงานต่างๆที่อาสาสมัครมาร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกับสภากาชาดไทย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ชมรมครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นต้น…

พิษโควิด คนบริจาคเลือดน้อย ขาดแคลนเลือดทุกกรุ๊ปขั้นวิกฤติ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมาก ครั้งนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดวิกฤติมากอีกครั้งหนึ่ง เพราะโรงพยาบาลใหญ่ทั่วประเทศ ประกาศขาดเลือดพร้อม ๆ กัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ไม่สามารถจ่ายเลือดให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนลดลงทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด และสถาบันการศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตบริจาควันละ 700-900 ยูนิตเท่านั้น โดยลดลงมากถึงร้อยละ 50 หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วอนคนไทยสุขภาพดีช่วยกันบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ 12 แห่ง และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ทุกแห่ง มีมาตรการและแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาคโลหิต ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยยังคงรักษามาตรการและสร้างความมั่นใจให้เป็นสถานที่ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 มีการควบคุม ดูแล รักษาความสะอาด อุปกรณ์ สถานที่ สุขอนามัยของผู้มาบริจาคโลหิต และบุคลากรที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหน่วยงานไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามความเป็นจริง หากไม่แน่ใจควรงดการบริจาคโลหิตชั่วคราว เพื่อเว้นระยะเวลาการพบเชื้อ 4 สัปดาห์ และใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมา  บริจาคโลหิต  จากกรณีที่มีข่าวว่าบุคลากรสภากาชาดไทยติดโรคโควิด-19 นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง…

ชี้แจงศูนย์บริการโลหิต

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชี้แจงไม่มีบุคลากรติดเชื้อ COVID-19

จากข่าวบุคลากรสภากาชาดไทย ติดเชื้อ COVID-19 ที่เป็นกระแสในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดความวิตกกังกลของหมู่ประชาชน ในการเดินทางมาบริจาคโลหิตหรือมารับบริการที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชี้แจงว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีหน้าที่จัดหาและให้บริการโลหิตแก่โรงพยาบาลต่างๆ ต้องทำงานประสานกับหลายภาคส่วน จากข่าวที่เผยแพร่เป็นกระแสสังคมว่าบุคลากรสภากาชาดไทยติดเชื้อ COVID-19 ทำให้ผู้บริจาคโลหิตและผู้รับบริการ มีความวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เป็นอย่างมาก ในส่วนของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ขอชี้แจงว่าไม่มีบุคลากรคนใดติดเชื้อ COVID-19 ด้วยมาตรการที่ป้องกันอย่างเข้มงวด ดังนี้ บุคลากรที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้กักกันตัว ปฏิบัติงานที่บ้าน ไม่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานที่ศูนย์ฯ/ภาคฯ จัดรถ รับ-ส่ง บุคลากรกรณีที่ไม่มีรถส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ บุคลากรทุกคนต้องวัดไข้ก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เป็นประจำ บุคลากรทุกคน ต้องไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง หรือแหล่งที่มีผู้คนจำนวนมาก บุคลากรนำอาหารจากบ้านหรือซื้ออาหารเข้ามารับประทาน ไม่ไปนั่งรับประทานที่ร้านอาหารภายนอก ส่วนมาตรการความปลอดภัยเรื่องการบริจาคโลหิต มีมาตรการป้องกันเชื้อ COVID-19  ผู้บริจาคโลหิตทุกคนต้องคัดกรองตนเอง…

มอบเงินพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นางรติรส จุลชาต มอบเงินพระราชทานแก่สภากาชาดไทย

  วันที่ 8 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางรติรส จุลชาต มอบเงินพระราชทานแก่สภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2564 โดยมี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย รับมอบเงินพระราชทาน ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สภากาชาดไทย

เสาวภาปรับเวลาทำการ

ฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา ปรับเวลาทำการ

เนื่องด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ปรับเวลาให้บริการฉีดวัคซีน ในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. ปิดทำการวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 9-31 มกราคม 2564 ติดตามข่าวสารของสถานเสาวภา ได้ที่เว็บไซต์ www.saovabha.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2252 0161-4 หรือ 0 2252 0167

สวนงู

สวนงู สถานเสาวภา งดกิจกรรมคล้องงูที่คอ และปรับเปลี่ยนเวลาสาธิตการจับงู

เนื่องจากสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโรคโควิค-19 สวนงู สถานเสาวภา ของดกิจกรรมคล้องงูที่คอเเละถ่ายรูปกับงูหลาม หลังการเเสดงการสาธิตการจับงู เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 เป็นต้นไป พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเวลาการเเสดงสาธิตการจับงู ในวันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เป็นเวลา 14:00 น. ตั้งเเต่วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สวนงู สถานเสาวภา เปิดทำการในวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30-15.30 น. และปิดทำการชั่วคราวในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไปจนกว่าสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโรคโควิค-19 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  

905 พระราชทานแจกันดอกไม้

ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เยี่ยมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร

วันที่ 2 มกราคม 2564 เวลา 10.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เยี่ยม นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมีนางสาววีราพร วิจิตร์แสงศรี บุตรสาวเป็นผู้แทนรับมอบเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเชิญพระราชกระแสแสดงความห่วงใยมาในโอกาสนี้ด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เข้ารับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และพักรักษาตัวอยู่ในห้องแยกผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาได้ย้ายเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564

พระราชทานแจกันดอกไม้นายกเหล่ากาชาด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแจกันดอกไม้เยี่ยมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร

วันที่ 1 มกราคม 2564 เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำรวจตรี ชัยทัต บุญขำ กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้ พร้อมตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปเยี่ยมนางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ภริยาของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ห้องประชุมพระนรราชจำนง อาคารอุบัติเหตุ ชั้น 7 โรงพยาบาลสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสแสดงความห่วงใยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ทั้ง 2 คน มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง หายจากอาการป่วยโดยเร็ววัน และทรงรับทั้ง 2 คน ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสแสดงความห่วงใย และพระราชทานกำลังใจแก่นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์…