ประวัติความเป็นมา
ที่ดินอันเป็นสถานที่ตั้งสวางคนิวาสแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ตำบลท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีพื้นที่ 60 ไร่ เศษ ห่างจากกรุงเทพมหานคร 31 กิโลเมตร เดิมเป็นที่ดินของนาย อื้อ จือ เหลียง โดยเมื่อปี พ.ศ. 2494 ได้ดำริจะสร้างเป็นสถานพักฟื้น ซึ่งในขณะนั้นในประเทศไทยยังไม่มี โดยที่สถานพักฟื้นแห่งนี้อยู่ใกล้ทะเล อากาศบริสุทธิ์ สดชื่น ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนักใน พ.ศ. 2500 จึงได้เริ่มการก่อสร้างขึ้น แต่เมื่อสร้างอาคารต่างๆ ไปได้ไม่มากนัก นาย อื้อ จือ เหลียง ได้คำนึงเห็นว่าตนเองอายุมากแล้ว เกรงว่าจะดูแลกิจการของสถานพักฟื้นให้เจริญรุ่งเรืองไปได้ไม่นาน จึงได้ติดต่อหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นกรรมการของสภากาชาดไทย ผู้หนึ่ง เพื่อแสดงเจตจำนงที่จะมอบสถานพักฟื้นนี้ให้แก่ สภากาชาดไทยเพื่อดำเนินกิจการต่อไปต่อมาในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2505 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอื้อจือเหลียง อายุครบ 63 ปี นายอื้อจือเหลียง และกรรมการของมูลนิธิอื้อจือเหลียง จึงได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าถวายที่ดินและสถานพักฟื้น นี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุยเดช เพื่อพระราชทานให้แก่สภากาชาดไทยต่อไป ในโอกาสนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามสถานพักฟื้นนี้ว่า “สวางคนิวาส” เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2505 ต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2525 จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสวางคนิวาสขึ้นในบริเวณสถานพักฟื้น แห่งนี้ โดยให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย สังกัดสำนักบริหาร ขึ้นตรงกับเลขาธิการสภากาชาดไทย และได้เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2526 โดยมีนายแพทย์สมัคร พุกกะณะเสน ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นท่านแรก
ในปัจจุบัน WHO แบ่งการแพทย์ออกเป็น 5 สาขาใหญ่ คือ
1. promotive medicine คือการส่งเสริมสุขภาพ
2. preventive medicine คือการป้องกันโรค
3. Curative medicine คือการรักษาโรค
4. Disability limitation คือการจำกัดหรือป้องกันความพิการ
5. Rehabilitation medicine คือการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนไข้
จะเห็นได้ว่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นสาขาหลังสุดในวงการ แพทย์ ฉะนั้นจึงเป็นสาขาวิชาแพทย์ใหม่ แม้แต่ในต่างประเทศเพิ่งจะเริ่มงานด้านนี้มาได้ประมาณ 30 กว่าปีมานี้เอง สำหรับในเมืองไทยจึงเป็นของใหม่มาก แพทย์รุ่นเก่าไม่มีความรู้ด้วยซ้ำไปว่าวิชานี้คืออะไร
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากมีทหารผ่านศึกมากมายที่สภาพร่างกายพิการหรือแขนขาดต้องเป็นภาระต่อ ทางการและครอบครัวเป็นอย่างมาก พลตรีนายแพทย์ ขุนประทุมโรคประหาร ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าแผนกรังสี โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ได้คิดประดิษฐ์ขาเทียมให้ทหารพิการเหล่านั้นใช้เอง ต่อมาเริ่มต้นให้การรักษาด้วยการบำบัด (Hydrotherapy) และมีการฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อ ประกอบด้วย จึงนับได้ว่าขุนประทุมโรคประหาร เป็นแพทย์คนแรกที่เริ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูขึ้นในเมืองไทย
ประมาณ ปี พ.ศ. 2490 ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฟื่อง สัตยสงวน ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิคส์ แผนกศัลย์ศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มีปัญหาว่าภายหลังการตัดแขนผู้ป่วยแล้วผู้ป่วยต้องเป็นคนพิการ จึงได้ทำขาเทียมขึ้นด้วยตนเอง แต่ยังไม่ได้ผลดีนัก
พ.ศ. 2492 เริ่มให้การรักษาผู้ป่วยข้ออักเสบด้วยเครื่องมือที่ให้ความร้อน ในปีต่อๆ มามีการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า มีการให้ออกกำลังกล้ามเนื้อ มีการนวด และการแช่น้ำร้อนหมุนวน (ธาราบำบัด)
พ.ศ. 2497 ส่งทีมไปศึกษาที่อเมริกา
พ.ศ. 2501 เริ่มบรรจุวิชา กายภาพบำบัด ให้นักศึกษาแพทย์ปีที่4 คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลเรียน
พ.ศ. 2508 เปิดโรงเรียนกายภาพบำบัดขึ้นที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พ.ศ. 2513 ส่งพยาบาลไปดูงานด้านกิจกรรมบำบัดที่อังกฤษ
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่งานเวชศาสตร์ฟื้นฟู หยุดอยู่เพียงนี้ จึงทำให้แพทย์ทั่วไปเข้าใจว่างานเวชศาสตร์ฟื้นฟู คืองานกายภาพบำบัดเท่านั้นเองจากนั้นมาทีมแพทย์ที่สำเร็จวิชาเวชศาสตร์ ฟื้นฟู กลับมาจากสหรัฐอเมริกาหลายท่าน รวมแล้ว 20 กว่าคนได้เริ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูกันอย่างแท้จริง มิใช่มีแต่เพียงกายภาพบำบัดอย่างเดียว จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2515 จึงได้มีการรวมตัวกันขึ้นจัดให้เป็นชมรมเวชศาสตร์ฟื้นฟูไทย
แพทย์สภาฯ เห็นความสำคัญของงานด้านนี้จึงอนุมัติให้มีการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขา เวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 สภากาชาดไทยเห็นความสำคัญของงานด้านนี้มากดำเนินการจัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ ฟื้นฟูเป็นแห่งแรกในประเทศไทย อยู่ที่สวางคนิวาส จังหวัดสมุทรปราการ ได้เปิดทำงานตั้งแต่ 15 เมษายน พ.ศ. 2526 โดยเริ่มต้นด้วยมีเตียงผู้ป่วย 80 เตียง เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรง ต่อสำนักบริหาร สภากาชาดไทย เปิดดำเนินงานรับผู้ป่วยไว้เพื่อการ ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2526 ให้บริการการรักษาพยาบาลทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และพัฒนาด้านโครงสร้าง และคุณภาพของบริการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 18 ปี และในวันที่ 17 พฤษภาคม 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จทรงเปิดอาคารศูนย์ฯ แห่งใหม่ ซึ่งมีความทันสมัยและสถานที่ให้บริการมากขึ้นกว่าเดิม
โครงสร้างและอัตรากำลัง

ศ.นพ.เสก อักษรานุเคราะห์
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
รองผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู 1 ตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป 1 ตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ 1 ตำแหน่ง
แพทย์ 8 ตำแหน่ง
พยาบาล 56 ตำแหน่ง
ธุรการ 17 ตำแหน่ง
กายภาพบำบัด 18 ตำแหน่ง
กิจกรรมบำบัด 10 ตำแหน่ง
จิตบำบัด 1 ตำแหน่ง
อรรถบำบัด 1 ตำแหน่ง
สังคมสงเคราะห์ 2 ตำแหน่ง
นันทนาการ 1 ตำแหน่ง
โภชนาการ 7 ตำแหน่ง
ลูกจ้างประจำ 48 ตำแหน่ง
ลูกจ้างชั่วคราว 1 ตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่ชั่วคราว 2 ตำแหน่ง
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ขอบเขตของงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูในโรงพยาบาลกว้างขวางมาก นอกจากจะตรวจรักษาผู้ป่วยที่มารับการรักษาโดยตรงแล้วต้องรับช่วงต่อการรักษา ให้กับผู้ป่วยจากแผนกอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นแผนกศัลยกรรมกระดูกแผนกศัลยกรรม แผนกอายุรกรรม แผนกกุมาร แผนกหู คอ จมูก แผนกสูตินารี เป็นต้น
ศัลยกรรมกระดูก
ผู้ป่วยกระดูกหักเข้าเฝือกแล้วต้องส่งมาให้เวชศาสตร์ ฟื้นฟูช่วยวัดและหัดเดินด้วยไม้ค้ำยัน ในกรณีที่คนไข้ได้ไม้ค้ำยันไปหัดเดินเองแล้ว ขนาดไม้ค้ำยันไม่พอดีกับตัวและใช้ผิดวิธีอาจจะนำไปสู่การบาดเจ็บอื่นได้โดย เฉพาะเส้นประสาทเรเดียลจะถูกกดที่รักแร้จนหยุดทำงานทำให้แขนไม่มีแรง
คนไข้กระดูกหักรักษาด้วยการผ่าตัดดามด้วยเหล็ก หลังการผ่าตัดคนไข้จะต้องออกกำลังเพื่อไม่ให้ข้อติดเพื่อเพิ่มกำลังกล้าม เนื้อ และหัดเดินด้วยเครื่องพยุงจนกว่ากระดูกจะติดดีพอ
แผนกศัลยกรรม
โดยเฉพาะศัลยกรรมประสาท จำเป็นต้องให้คนไข้มารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแทบทุกราย เพราะมักจะเกิดอัมพาตครึ่งซีกบ้าง อัมพาตของขา 2 ข้างบ้าง หรืออัมพาตเฉพาะส่วน โดยเฉพาะพวกที่ต่อเส้นประสาทไว้จะต้องทำการรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูนาน บางคราวถึง 2 ปี เพราะเส้นประสาทงอกได้วันละ 1 มิลลิเมตร ถ้าเส้นประสาทนั้นยาว 70 เซนติเมตร จะต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี เพราะเส้นประสาทงอกได้วันละ 1 มิลลิเมตรถ้าเส้นประสาทนั้นยาว 70 เซนติเมตร จะต้องใช้เวลานานถึง 700 วัน หรือเกือบ 2 ปี ประสาทจึงจะงอกเต็มที่ ในช่วงเวลาดังกล่าวถ้าคนไข้ถูกทอดทิ้งถึงแม้เส้นประสาทจะงอกแต่ความพิการ ถาวรก็จะเกิดขึ้นกับคนไข้แล้วเพราะกล้ามเนื้อที่ประสาทเส้นนั้นมาเลี้ยงจะ หมดสภาพการเป็นกล้ามเนื้อจะกลายเป็นพังผืดแทนซึ่งไม่สามารถจะหดตัวได้ ศัลยกรรมระบบอื่น เช่น ทรวงอกจะตัดปอดออก เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะต้องฝึกให้คนไข้หายใจด้วยกล้ามเนื้อหน้าท้องก่อนผ่าตัด และหลังผ่าตัดจะต้องมาฝึกต่อ จนคนไข้สามารถหายใจได้เต็มที่เหมือนกับที่ปอดทั้งสองข้าง ศัลยกรรมอื่นๆ เช่น ผ่าตัดหัวใจหรือต่อเส้นหัวใจ ผ่าตัดปอด ตัดแขนขา เป็นต้น
แผนกอายุรกรรม
โดยเฉพาะทางระบบประสาท คนไข้ส่วนมากจะมีอัมพาตชนิดต่างๆ ซึ่งต้องการการฝึกเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งนั้น ทางด้านเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เวชศาสตร์ฟื้นฟูสามารถปรับสภาพให้ผู้ป่วยมีหัวใจที่แข็งแรงขึ้นได้ โดยการให้ออกกำลังกายเพิ่มประสิทธิการใช้ออกซิเจน ซึ่งต้องใช้เทคนิคพิเศษและบุคลากรที่ชำนาญพิเศษ ด้านเบาหวานคนไข้มักจะมีปลายประสาทเสื่อมร่วมอยู่ด้วย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย จะต้องมาออกกำลังให้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มกำลังและลดอาการเบาหวานลงได้ด้วย
แผนกกุมารเวชศาสตร์
มีโรคมากมายที่จะต้องพึ่งงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่น เด็กสมองพิการ เด็กเป็นโปลิโอ เด็กเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กที่อ้วนเกินไป เป็นต้น
แผนกหู คอ จมูก
แผนกนี้ก็ต้องพึ่งงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยเช่นกัน เช่น คนไข้มีโพรงหลังหูอักเสบ เป็นหนอง หลังผ่าตัดแล้วกระทบกระเทือนประสาทสมองเส้นที่ 7 ทำให้หน้าเป็นอัมพาตไปครึ่งซีก จำเป็นต้องมารักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู
แผนกสูตินรีเวชศาสตร์
แผนกนี้ต้องพึ่งงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูในบางโอกาส เช่น คนท้องที่มีอาการปวดหลังร่วมอยู่ด้วยกินยาไม่ได้เพราะยาจะทำอันตรายเด็ก ต้องส่งมาทำการรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือคนท้องมาฝึกการออกกำลังกายเพื่อทำให้คลอดง่ายไม่เจ็บ ส่วนงานด้านนรีเวชนั้นช่วยได้มากในรายที่ปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง รักษาด้วยยาปฏิชีวนะเท่าไรก็ไม่หายต้องได้รับการรักษาโดยใช้เครื่องมือที่ ให้ความร้อนลึกๆ ช่วยการรักษาจึงจะมีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้ขอบเขตของงานเวชศาสตร์ฟี้นฟูยังครอบคลุมไปถึงการสั่งสอน อบรม และการตระเตรียมให้ญาติผู้พิการและสังคมที่ผู้พิการนั้นอาศัยอยู่ยอมรับสภาพ ความพิการพร้อมที่จะอยู่ด้วยกันได้ ซึ่งศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า Habilitation ต่างกับ Rehabilitation ตรงที่คนที่ถูกฝึกอบรมมิได้ขาดสิ่งใดหรือพิการแต่อย่างใดแต่ต้องรับการฝึก อบรมให้มีสิ่งใหม่ สภาพใหม่ขึ้น
หน้าที่ของเวชศาสตร์ฟื้นฟูใน โรงพยาบาล
ในกรณีที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงผู้ป่วยสำหรับแผนก เวชศาสตร์ฟื้นฟู หน้าที่ของแผนกนี้คือรับปรึกษาให้การรักษากับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการ รักษาทางด้านนี้ จนกระทั่งผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลในกรณีที่ผู้ป่วยยังจำเป็นต้อง ได้รับการรักษาด้านนี้ต่อไป และผู้ป่วยสามารถรับการรักษาในฐานะผู้ป่วยนอกได้จะต้องให้การรักษาต่อไปจน ถึงจุดที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ในกรณีที่แผนกนี้มีเตียงผู้ป่วยอยู่ด้วย จะต้องพิจารณารับโอนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางด้านนี้ให้อยู่ ต่อไปในโรงพยาบาลนานเท่าที่คนไข้ยังแสดงให้เห็นว่าสมรรถภาพยังดีขึ้นเรื่อยๆ หรือจนถึงจุดหนึ่งที่ผู้ป่วยสามารถจะมารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ หน้าที่อื่นที่อาจจะต้องกระทำเป็นครั้งคราว คือช่วยอบรมบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เช่น พยาบาล บุรุษพยาบาล ให้รู้จักการปฏิบัติอย่างถูกหลักเกณฑ์ และสอดคล้องกับการฝึกของแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ในการดูแลผู้ป่วยอัมพาตทั้งหลาย ในกรณีที่โรงพยาบาลสนับสนุนงานด้านนี้เต็มที่ หน้าที่จะต้องเพิ่มขึ้นตามตัว เช่น จะต้องฝึกพูด ฝึกการใช้มือ ฝึกหาทักษะในการทำงาน ซึ่งจะเป็นบันไดไปสู่การฝึกอาชีพในเวลาต่อไปได้ ในกรณีที่มีโรงงานทำกายอุปกรณ์เสริมและเทียม ก็จะต้องเพิ่มหน้าที่ในการผลิตอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยเพื่อผู้พิการมิใช่เฉพาะ แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อสังคมนอกด้วย
แพทย์เวชศาสตร์ ฟื้นฟู
เป็นผู้ตรวจผู้ป่วยในระยะแรกหลังผ่านพ้นขีดอันตราย ตั้งเป้าหมายในการรักษา วางแผนการรักษาให้กับผู้ร่วมทีมและทำการรักษา ผู้ป่วยร่วมกัน เป็นผู้นำในการประชุมทีมเพื่อให้ทราบถึงแผนการรักษาและรับทราบปัญหาในการ รักษาที่เกิดขึ้น ร่วมกับทีมงานเพื่อร่วมกันพิจารณาแก้ไข เป็นผู้ประเมินการรักษาและตรวจผู้ป่วยซ้ำเป็นระยะ ติดตามผลการรักษา และสรุปผลการรักษา
พยาบาล
เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการับ-ส่งเวร ในแต่ละเวร มีการประเมินสภาพผู้ป่วยก่อนและหลังให้การพยาบาลหรือไปฝึกกิจวัตรประจำวัน มีการวางแผนงานร่วมกับทีมสุขภาพโดยเน้นการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การเคลื่อนไหว การจัดสภาพแวดล้อมให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ การป้องกันภาวะโรคแทรกซ้อน การให้สุขศึกษาแก่ผู้ป่วยและญาติ การเตรียมความพร้อมของสภาพแวดล้อมที่บ้านแก่ผู้ป่วยและญาติ การเยี่ยมบ้าน การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติก่อนกลับบ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
กายภาพบำบัด
เป็นหน่วยงานที่ตรวจประเมินและวินิจฉัยโรคทางระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางกายภาพบำบัด และให้การส่งเสริม การป้องกัน การแก้ไข การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของร่างกายอันเนื่องมา จากโรคทางระบบประสาท โรคทางระบบกล้ามเนื้อและโครงสร้าง โรคสมองพิการในเด็กและภาวะแทรกซ้อนอันเกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคทรวงอก ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด
กิจกรรมบำบัด
เป็นหน่วยงานที่ประยุกต์กิจวัตรหรือกิจกรรม มาใช้ในการตรวจประเมิน วินิจฉัย ส่งเสริม ดูแลรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้หย่อนสมรรถภาพทางด้านร่างกาย ผู้ที่มีพัฒนาการบกพร่อง หรือผู้ที่มีความผิดปกติทางด้านจิตใจอารมณ์และสังคม ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้
อรรถบำบัด
เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านการตรวจวินิจฉัย รับปรึกษาและบำบัดผู้ที่มีความบกพร่องในด้านการสื่อความหมาย อันเนื่องมาจากความบกพร่องด้านโครงสร้างหรือการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้อง กับการรับฟังหรือการพูด ตลอดจนความผิดปกติด้านจิตใจ อารมณ์และสังคมที่มีผลต่อการสื่อความหมายด้วยการฟัง พูด อ่าน หรือเขียน โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่มีความบกพร่องดังกล่าวสามารถใช้ภาษา ในการติดต่อสื่อความหมายกับผู้อื่นได้
จิตบำบัด
ในปัจจุบันมีการเห็นความจำเป็นในการฟื้นฟูทางจิตใจ เพื่อสนับสนุนการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา อันเนื่องมาจากปัญหาของการสูญเสียความสามรถทางร่างกายที่มีผลต่อจิจใต อารมณ์และพฤติกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับที่จะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ และกลับไปใช้ชีวิตในสังคมโดยไม่เป็นปัญหา และลดปัญหาทางจิตเวชอันอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยมีนักจิตวิทยาคลินิกที่มีความรู้ในเรื่องโรคทางจิตเวช และกลุ่มอาการทางระบบประสาท ใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาช่วยในการวินิจฉัย และรักษาด้วยวิธีทางจิตวิทยา
นันทนาการ
เป็นหน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูทางด้าน ดนตรีบำบัด ทำหน้าที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับผู้ป่วย จัดกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ การเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรี เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายจิตใจ ลืมความเศร้าโศกวิตกกังวลเกี่ยวกับความพิการ หรือความบกพร่องของร่างกาย และยังเป็นการทำกายภาพบำบัดในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย
สังคมสงเคราะห์
เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ป่วยที่เผชิญปัญหาด้าน เศรษฐกิจ สังคม อารมณ์และจิตใจที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถยอมรับและเข้าใจถึงสภาพสาเหตุแห่งปัญหา และสามารถแก้ไขปัญหาได้ในที่สุด ทำให้มีความพร้อมในการเข้ารับการบำบัดรักษา ตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้
โภชนาการ
เป็นหน่วยงานที่ให้บริการและให้คำปรึกษาทางด้าน โภชนาการแก่ผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยเฉพาะโรค และญาติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
คอมพิวเตอร์
เป็นหน่วยงานที่ให้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตภายในศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูทั้งหมด รวมถึงการจัดหลักสูตรคอมพิวเตอร์สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย
ขั้นตอนการรับผู้ป่วย
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสวางคนิวาสจะรับผู้ป่วยที่อยู่ใน เกณฑ์ ที่สามารถฝึกทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- รับการตรวจร่างกายจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ตึกภปร. ชั้น 5 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่แพทย์ผู้รักษาทำการส่งต่อมายังแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู
- แพทย์จะแจ้งมาที่หน่วยพยาบาล เพื่อรับไว้เป็นผู้ป่วยในที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสวางคนิวาส
- ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของสถานพยาบาลแห่งนี้
- ผู้ป่วยสามารถรับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ตามระเบียบของสภากาชาดไทย
- ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการชี้แจงจากแพทย์ และทีมงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู ถึงเป้าหมายในการรักษาพยาบาล
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาพยาบาลถึงเป้าหมายแล้ว แพทย์จะจำหน่ายออกจากสถานพยาบาล เพื่อกลับไปอยู่บ้านและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมตามควรแก่อัตภาพ
วัตถุประสงค์ของศูนย์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู
ด้านบริการ : มีหน้าที่ให้บริการ ดูแล รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาทางด้าน เวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยประสานงานและให้ ความร่วมมือรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และจากสถาบันพยาบาลต่าง ๆ ให้การรักษาต่อเนื่องโดยทีมงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู และมีการจัดโครงการเยี่ยมบ้านร่วมรักษาแก่ผู้ป่วยที่ออกจากศูนย์ฯ ไปแล้ว ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำรงชีวิตและใช้ชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ปลอดภัย โดยจะให้การรักษาแยกออกเป็นหน่วยต่าง ๆ คือ กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด อรรถบำบัด จิตบำบัด นันทนาการ สังคมสงเคราะห์ โดยที่กิจการของศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน จึงมีหน่วยงาน ภายนอกเข้าเยี่ยมชมกิจการ ศึกษาดูงาน เป็นจำนวนมาก
ด้านบริหาร : ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้ฝึกอบรมบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของโรงพยาบาลใน กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงบุคลากรผู้ชำนาญการ และเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ในด้านความร่วมมือกับต่างประเทศ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีส่วนในการก่อตั้ง Asean Rehabilitation Medicine Association (ARMA) รวมทั้งให้การ ฝึกอบรมนักศึกษาจากประเทศ ควิเบค และแคนาดา ในด้านกิจกรรมบำบัด นอกจากนั้น ยังเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Asean Congress of Rehabilitation Medicine ครั้งที่ 1 ในปี 2541 ด้วย
ด้านวิชาการ : ฝึกอบรม แพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาฯ สอนนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 และ 5 ในฐานะอาจารย์พิเศษ ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการทำวิจัยและการเขียนตำรา ...