โรคดีสโทเนีย (DYSTONIA)
ดีสโทเนีย อาการทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและส่งผลให้ร่างกาย ส่วนนั้นมีรูปร่างที่ผิดปกติไป สาเหตุของอาการดีสโทเนียมีได้หลายอย่าง ถ้าดีสโทเนียเกิดในเด็ก มักจะเริ่มที่บริเวณขาหรือแขน สังเกตได้ชัดเมื่อเวลาเด็กวิ่งหรือใช้มือเขียนหนังสือ เมื่อเวลาผ่านไปอาการของดีสโทเนีย มักเป็นไปทั่วร่างกาย
          ดีสโทเนียในเด็ก มักมีสาเหตุจากโรคทางพันธุกรรม หรือไม่ทราบสาเหตุ ส่วนดีสโทเนียในผู้ใหญ่มักเป็นบริเวณลำคอ ดังเช่น อาการดีสโทเนียที่คอ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคอที่เกร็งและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือที่มือ ซึ่งมักเกิดอาการเวลาผู้ป่วยเขียนหนังสือหรือเล่นดนตรี ดีสโทเนียในผู้ใหญ่มักเป็นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไม่เป็นทั่วตัวดังเช่นในเด็กสาเหตุอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง การติดเชื้อหรือไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน
          อาการดีสโทเนียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนของร่างกาย หรือทั่วลำตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ร่างกายส่วนนั้นทำงานได้ มีอาการปวดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อหรือเมื่อเป็นดีสโทเนียนาน ๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายส่วนนั้นมีอาการหดเกร็งเป็นการถาวร
          คนไทยรู้จักโรคดีสโทเนียน้อย ทำให้ผู้ป่วยดีสโทเนียหลายราย อาจได้รับการรักษาที่ช้า หรือไม่ถูกต้อง อาการคอเอียงอาจได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคทางกล้ามเนื้อ หรือกระดูกคอทับเส้นประสาท การวินิจฉัยที่ถูกต้องส่งผลให้เริ่มการรักษาได้เร็ว การรักษามีประสิทธิภาพสูงและอาจลดภาวะทุพพลภาพในผู้ป่วยได้
         โรคดีสโทเนียในปัจจุบันรักษาได้ ประกอบด้วย การรักษาด้วยยารับประทาน ถ้าผู้ป่วยมีอาการดีสโทเนียทั่วร่างกาย หรือการฉีดด้วยโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ถ้าดีสโทเนียนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ท่านผู้อ่านอาจเคยได้ยิน เรื่อง ยาโบทูลินั่ม ท็อกซิน ที่ใช้ในการฉีดเสริมสวยเพื่อลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ซึ่งความจริงแล้วเป็นสารเดียวกัน แต่ในโรคดีสโทเนียสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน เข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณที่เหมาะสม ส่งผลให้ลดอาการเกร็งเป็นการชั่วคราว
         ในผู้ป่วยดีสโทเนียบางรายที่มีอาการเกร็งมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยารับประทาน หรือยาฉีดก็อาจสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดโดยการกระตุ้นสมองส่วนลึกหรือที่รียกว่า Deep brain stimulation (DBS) ดังเช่นที่ใช้ผ่าตัดในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
         ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน ส่งผลให้การรักษาโรคดีสโทเนียมีประสิทธิภาพ ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อผู้ป่วยมีอาการเกร็งสงสัยว่าจะเป็นอาการดีสโทเนีย ควรปรึกษาแพทย์อายุรกรรมทางระบบประสาท

ผศ.นพ.รุ่งโรจน์  พิทยศิริ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่มา : คอลัมน์  “พบแพทย์จุฬาฯ”
หนังสือพิมพ์มติชน  ฉบับวันที่  2  สิงหาคม  2550  หน้า 10
วันที่ลงบทความ : 6 ก.ย 50 13:20