ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

สวัสดีครับ. ผมไปมีความเสี่ยงมา (ชาย-ชาย) มีการทำออรัลเซ็กส์ แล้วมีการสอดใส่โดยใช้ถุงยางอนามัย หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนมีอาการคันตามตัว และหน้า (บางครั้ง) (เหมือนผิวอับเสบ คันยิก ๆ แสบ ๆ) ไม่มีผื่น แต่มีตุ่มเล็ก ๆ นิดหน่อย ท้องปั่นบ่วน ปวดเหมือนถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก มีเหงื่อตามรักแร้ (บางครั้ง) ปวดเข้าห้องน้ำบ่อย (20-30 นาที/ครั้ง) ปกติเป็นคนเข้าห้องน้ำบ่อยครับ ทำงานในห้องแอร์ด้วยครับ ผมจึงตัดสินใจไปตรวจเลือดหลังจากเสี่ยงมา 56 วัน ลืมบอกไปครับผมอยู่ที่ต่างประเทศครับ (ออสเตรสเลีย) เค้าเจาะเลือด เก็บน้ำลาย ปัสสาวะ และอุจจาระด้วย ไม่น่าแน่ใจเหมือนกันครับว่าเป็นการตรวจแบบไหนครับ หลังจาก 1 อาทิตย์ผ่านไป ปรากฎว่าผลเป็นลบครับ

แต่ว่าอาการมันยังเป็นอยู่ อาการคันน้อยลงครับ มีเพิ่มมาคือปวดกล้ามเนื้อแขน ขา รวมถึงปวดข้อตามนิ้วมือ เป็น ๆ หาย ๆ ปวดคอ ใต้คาง ตามลูกกระเดือก และตึงหลังคอ เวลาก้มจะเจ็บบริเวณไหล่ด้วย มีไข้ ตัวตร้อนลุ่ม ๆ ปวดหัวตุบ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ และรู้สึกเจ็บลูกอัณฑะ เจ็บแบบหน่วง ๆ ครับ

อยากทราบอาการแบบนี้เป็นอะไรอะครับ หรือว่าผมเครียดมากไป ผมเป็นไมเกรนอยู่แล้วด้วยครับ ผลเลือดเชื่ิถือได้ยังอะครับ ผมควรไปตรวจอีกทีไหมครับ

รบกวนด้วยนะครับ

Aids Research Center
Offline
เข้าร่วม: 19/04/2011

คนอะไร อาการเยอะขนาดนี้ ไหวเปล่าครับนี่ เครียดครับเครียดมากเกินไป ตรวจเลือดผ่านแล้วนะครับ

สวทช.SCBInet

Power By 3Cats.net