ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

เมื่อวานไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดมาคะแต่ปรากฏว่าความเข้มข้นของเลือดไม่ผ่าน ซึ่งปกติที่เคยไปบริจาค (บริจาคมา 22 ครั้งแล้ว) ความเข้มข้นของเลือดต้องได้ 12 (เรียกค่าไม่ถูกคะ) ใช่ไหมคะ เมื่อวานก็ได้ 12 พอดี แต่พยาบาลที่เจาะเลือดเค้าบอกว่าไม่ผ่าน วันนี้ต้องได้ค่าความเข้มข้น 12.5  ถึงจะบริจาคเลือดได้  ก็เลยไม่เข้าใจ  ว่าเค้าใช้อะไรเป็นมาตรฐานหรือเปล่าคะ  งง งง คะ  ยังไงรบกวนช่วยตอบข้อสงสัยด้วยนะคะ  ขอบคุณคะ

National Blood ...
Offline
เข้าร่วม: 27/07/2011

เรียนท่านผู้บริจาคโลหิต

          ปรับเกณฑ์ความเข้มข้นของโลหิต ในผู้บริจาคโลหิตหญิง เป็น 12.5 กัม/เดซิลิตร

เปรียบเทียบเกณฑ์ความเข้มข้นโลหิตกับต่างประเทศ

เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลต่างประเทศพบว่า  ประเทศส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรป  สหรัฐอเมริกา แคนาดา สิงค์โปร์   กำหนดให้ผู้บริจาคโลหิต หญิง   ต้องมีปริมาณความเข้มข้นโลหิตอย่างน้อย 12.5 กรัม/ เดซิลิตร     โดยจะเห็นได้ว่าการกำหนดความเข้มข้นของโลหิตของประเทศไทย  เป็นเกณฑ์ที่ต่ำกว่า และหากเทียบกับประเทศญี่ปุ่น   ซึ่งเป็นประเทศในทวีปเอเชียเช่นเดียวกับประเทศไทย  ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น   ได้กำหนดให้ใช้เกณฑ์คัดกรองความเข้มข้นโลหิตในผู้บริจาคโลหิต หญิงเป็น  12.5กรัม/เดซิลิตร   

 

เปรียบเทียบเกณฑ์ฮีโมโกลบินกับประเทศต่างๆ

Minimum hemoglobin levels and interdonation intervals for different countries

 

Karp, J. K. and King, K. E. International variation in volunteer whole blood donor eligibility criteria Transfusion 2010;50:507-513.

             ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงได้ปรับเกณฑ์การคัดกรองความเข้มข้นโลหิตในผู้บริจาคโลหิตหญิง  จากเดิม  12  กรัม/เดซิลิตร เป็น 12.5  กรัม/เดซิลิตร  ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ซึ่งถือเป็นเกณฑ์การคัดกรองตามมาตรฐานในระดับสากล  ซึ่งจะช่วยปกป้องสุขภาพของผู้บริจาคโลหิต   และทำให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน


            ปรับเกณฑ์ความเข้มข้นของโลหิต ในผู้บริจาคโลหิตหญิงเป็น 12.5 กรัม/เดซิลิตร ผู้บริจาคโลหิตหญิง  มีประจำเดือนทุกเดือนและเมื่อมีการบริจาคโลหิตอีก   อาจทำให้เกิดภาวะสูญเสียธาตุเหล็ก และทำให้โลหิตจางได้ ฉะนั้น   เพื่อให้บริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน   ควรให้ความสำคัญต่อการรับประทาน   “ยาธาตุเหล็ก” 

 ธาตุเหล็ก  มีความสำคัญต่อการสร้างโลหิต

  1. ช่วยรักษาสภาวะความสมดุลของร่างกาย   ให้สามารถบริจาคโลหิตได้ทุก  3 เดือน และเป็นผู้บริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน
  2. ช่วยให้ระบบโลหิตในร่างกาย  มีโลหิตใหม่ที่มีคุณภาพ   หมุนเวียนทดแทนโลหิตเก่าที่ออกไป    ส่งผลให้เป็นผู้มีผิวพรรณสดใส  ไม่อ่อนเพลีย       
  3. ทำให้ไม่เกิดภาวะโลหิตจาง    โลหิตจะมีความเข้มข้นเพียงพอทุกครั้งที่มาบริจาคโลหิต   และควรรับประทานอาหารให้ถูกส่วนและมีธาตุเหล็กสูง  ควบคู่กับการรับประทานยาธาตุเหล็ก  เช่น   อาหารประเภทเนื้อสัตว์    เครื่องในสัตว์    ไข่  และ  อาหารประเภทพืช  ผักใบเขียว   ผลไม้ ข้าวกล้อง  ถั่วต่างๆ

 

สอบถามเพิ่มเติม 02 263 9600-99 ต่อ 1200

 

 

  

 

สวทช.nectecSCBInet

Power By 3Cats.net