การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์

เพื่อให้การรับอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้อุทิศร่างกายฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้กำหนดระเบียบการอุทิศร่างกายไว้ ดังต่อไปนี้

1. ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบการอุทิศร่างกาย ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาการแพทย์
2. ผู้มีความประสงค์จะอุทิศร่างกายฯ เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ติดต่อสอบถามรายละเอียดขอแบบฟอร์มพร้อมส่งแบบฟอร์มที่กรอกข้อความแล้วได้ที่ ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวัน เวลาราชการ หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ http://www.md.chula.ac.th/ หรือ http://www.redcross.or.th/   แล้วกรอกข้อความ  ส่งแบบฟอร์ม มาพร้อมกับซองที่จ่าหน้าซอง ถึงตัวท่านเอง ทางไปรษณีย์ มาที่ แผนกอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ศาลาทินทัต  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน  กทม. 10330   (โรงพยาบาลจะส่งบัตรประจำตัวไปให้ภายหลัง)  หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกายคือ  สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ จำนวน 1 ฉบับ
3. กรอกข้อความในใบสำคัญอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาการแพทย์ตามแบบของโรงพยาบาล 
4. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จะออกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายฯ ให้ผู้ยื่นแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ เพื่อ
เก็บไว้ เป็นหลักฐาน พร้อมระเบียบการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาการแพทย์และเอกสารแนะนำ
5. ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายฯ ต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป กรณีที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร
6. เมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม ทายาทผู้รับมรดก มีสิทธิ์คัดค้านการมอบศพให้กับโรงพยาบาลฯ ได้โดยไม่มี ความผิดทางกฎหมาย และโรงพยาบาลฯ จะไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ  ในร่างนั้นทั้งสิ้น
7. เมื่อผู้อุทิศร่างกายฯ ถึงแก่กรรม  ทายาทผู้รับมรดก ยินยอมพร้อมใจกัน มอบศพให้โรงพยาบาลฯ  ขอให้ติดต่อโรงพยาบาลฯ  เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปรับศพ โดยติดต่อแจ้งการรับศพได้ที่ ศูนย์การรับศพ หมายเลข โทรศัพท์ 083-8299917 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
8. โรงพยาบาลจะสามารถรับร่างของผู้อุทิศร่างกายฯ ได้เมื่อมี  หลักฐานใบมรณบัตร ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเขต          ที่ผู้อุทิศร่างกายฯเสียชีวิตหรือ มีหนังสือรับรองการตาย ซึ่งออกให้โดยแพทย์ประจำโรงพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจศพ  (ภายหลังญาติต้องนำหลักฐานใบมรณบัตรมาให้ทันทีที่ได้รับ หรือส่งทาง โทรสารหมายเลข  02-2527028  ต่อ 1 หรือ 2)
9. โรงพยาบาลฯ จะจัดเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คือ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม (บางอำเภอ) เท่านั้น      
10. ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่อยู่ต่างจังหวัดโรงพยาบาลฯ ใคร่ขอให้ญาติ  บรรจุใส่หีบเย็น หรือ ใช้ถุงน้ำแข็งอย่างน้อย 2 ถุงวางบนหน้าท้องคลุมด้วยผ้าห่ม   แล้วจึงนำส่งที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจดู หากไม่สามารถนำมาศึกษาได้ โรงพยาบาลฯ  ใคร่ขอความกรุณา ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
11. เมื่อโรงพยาบาลฯ รับร่างผู้อุทิศร่างกายฯ มาแล้ว โรงพยาบาลฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ญาตินำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลก่อน เพราะจะทำให้ร่างไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับเตรียมไว้ใช้เพื่อการศึกษาได้อย่างสมบูรณ์
12. ทายาทควรให้ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกที่สุดไว้กับ เจ้าหน้าที่ที่ไปรับศพ เพื่อที่ เมื่อนิสิตแพทย์ อาจารย์แพทย์ นักวิจัย   ได้ศึกษาและวิจัยร่างผู้อุทิศร่างกายฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โรงพยาบาลฯ  จะสามารถติดต่อแจ้งญาติได้สะดวก และหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ โปรดแจ้งที่อยู่ใหม่ที่ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ทันที  
โรงพยาบาลฯ  ขอรับรองว่าจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับ และจะ ให้การดูแลปฏิบัติต่อร่างผู้อุทิศร่างกายฯ  ด้วยความเคารพ ตามวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม
13. เมื่อทายาทผู้รับมรดกผู้อุทิศร่างกายฯ  ยินยอมพร้อมใจกันมอบศพผู้อุทิศร่างกายฯ ให้กับโรงพยาบาลฯ จะถือเป็นสมบัติของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามกฎหมาย 
14. ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดการศึกษาจากร่างของผู้อุทิศร่างกายฯ ตามความเหมาะสม คือ
14.1 เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
14.2 เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
14.3 เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
14.4 เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์ 
15. ร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ที่ใช้เพื่อการศึกษา การวิจัย และการรักษาทางการแพทย์  ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  จะจัดให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้ นอกจากกรณีที่ญาติประสงค์ขอแยกไปดำเนินการเอง ให้แจ้งความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ที่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ 
16. เนื่องจากการเตรียมศพเพื่อการศึกษาต้องผ่านการกระบวนการเตรียมอย่างเหมาะสม โรงพยาบาลฯ จึงไม่สามารถรับศพผู้อุทิศร่างกายฯ ดังนี้
16.1 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรม เกิน 20 ชั่วโมง ยกเว้น ได้เก็บไว้ในห้องเย็นของโรงพยาบาล
16.2 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ได้ผ่านการผ่าตัดใหญ่ ทำให้สูญเสียอวัยวะ สำคัญๆ ยกเว้นดวงตา 
16.3   ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรม มีสาเหตุจาก โรคมะเร็งที่ลุกลาม บริเวณศีรษะและ สมอง                
          ช่องอก  ช่องท้อง หรือติดเชื้อโรคร้ายแรง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)                      
          ไวรัส ตับอักเสบ  วัณโรค และ พิษสุนัขบ้า
16.4    ผู้อุทิศร่างกายฯ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ  มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี  หรือมีการผ่าพิสูจน์ 
16.5    ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่มีน้ำหนักมากเกินกว่า 80 กิโลกรัม หรือ ผอมมากลักษณะไม่มีกล้ามเนื้อ
16.6    ร่างกายผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ไม่เหมาะจะใช้ศึกษาได้ เช่น แขน ขา คด งอ จนเสียรูปร่าง 
 
ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา และวิจัยทางการแพทย์ 
1. ขั้นตอนแสดงความจำนงอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
1.1 หลักฐานที่ใช้ในการแสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ
- ใช้สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
1.2 วิธีการ
- แสดงความจำนงโดยตรง ณ สถานที่ที่รับอุทิศ ซึ่งจะได้รับบัตรแสดงความจำนงภายใน 10 นาที
- ส่งเอกสารแสดงความจำนงมาทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ติดแสตมป์ แล้วส่งมาที่แผนกอุทิศร่างกายฯ ศาลาทินทัต รพ.จุฬาฯ  ซึ่งจะส่งบัตรกลับไปให้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1-2 เดือน
- สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์  02-2564281 , 02-2564628 , 02-2564685 , 02-2527028 ต่อ 0 หรือ 4 หรือ 7
1.3 สถานที่แสดงความจำนงอุทิศร่างกายฯ
- ศาลาทินทัต  
   โทรศัพท์  02-2564281 , 02-2564628 , 02-2564685 , 02-2527028 ต่อ 7 
- ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ อาคารแพทยพัฒน์ ชั้น 11
   โทรศัพท์  02-2564281 , 02-2564628 , 02-2564685 , 02-2527028 ต่อ 0 หรือ 4
2. การรับร่างเมื่อผู้อุทิศร่างกายฯเสียชีวิต
2.1 การแจ้งรับร่าง
- ในเวลาราชการ แจ้งที่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โทรศัพท์  02-2564281, 02-2564628 , 02-2564685 , 02-2527028 ต่อ 0 หรือ 4
- นอกเวลาราชการ แจ้งที่ศูนย์รับศพ รพ.จุฬาลงกรณ์
โทรศัพท์  083-8299917
- ขอคำแนะนำ ปรึกษา เกี่ยวกับการรับร่าง
1. คุณถาวร  เพชรอุดม โทร.  089-8221345
2. คุณประวิทย์  อภินันท์ธรรม โทร.  081-6126036
3. คุณดุรงค์ฤทธิ์  สว่างเนตร โทร.  087-6440497
4. คุณธนารักษ์  นะตะ โทร.  084-1443505
2.2 หลักฐานที่ใช้ในการมอบร่าง
1. สำเนาใบมรณบัตร หรือ สำเนาหลักฐานการชันสูตรจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 ฉบับ
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทายาทผู้มอบร่างผู้อุทิศร่างกายฯ
***ในกรณีที่ผู้เสียชีวิต ไม่แสดงความจำนงไว้ก่อน แต่ทายาทมีความพร้อมใจกันจะทำกุศลโดย มอบร่างไว้ให้ โรงพยาบาลใช้ศึกษา ก็สามารถทำได้ โดย โรงพยาบาลจะให้ทำเอกสารยินยอมมอบร่างไว้โรงพยาบาลใช้ศึกษาไว้เป็นหลักฐาน***
3. วิธีการเตรียมร่างไว้เพื่อการศึกษา และวิจัยทางการแพทย์
3.1 การเตรียมเพื่อให้นิสิตแพทย์ศึกษา
เตรียมโดยการใช้น้ำยาสูตรทั่วไป แล้วเก็บบนชั้นในห้องเย็นอุณหภูมิ -40 C
ซึ่ง มีลักษณะแข็งเล็กน้อย สามารถใช้ศึกษาได้เป็นระยะเวลานาน เหมาะสำหรับการใช้ศึกษาของนิสิตแพทย์ ปี 2 ศึกษาโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย
3.2 การเตรียมเพื่อหัตถการฝึกผ่าตัดและวิจัยทางการแพทย์
เตรียมโดยการใช้น้ำยาสูตรพิเศษแล้วเก็บบนชั้นในห้องเย็นอุณหภูมิ -100 C มีลักษณะนิ่มเหมือนผู้ป่วยนอนหลับ สามารถใช้ศึกษาได้เป็นระยะประมาณ 3-5 วัน  (แต่สามารถเก็บรักษาไว้ศึกษาได้ครบทุกส่วนของร่างกาย) จึงเหมาะสำหรับการให้แพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฉพาะทาง ใช้ฝึกหัตการ การวิจัย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์เป็นอย่างมากในปัจจุบัน
4. ระยะเวลาใช้ร่างเพื่อการศึกษาและวิจัย
4.1 ระยะการใช้ร่างเพื่อการศึกษา  1 ปี
4.2 ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรับร่าง ถึง พระราชทานเพลิงศพ 2-3 ปี
5. การดำเนินการหลังจากใช้ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
5.1 การสวดพระอภิธรรม 
5.2 จัดพระราชทานเพลิงศพ
5.3 การลอยอังคาร
6. สิ่งที่ทายาทจะได้รับ
6.1 ฝ่ายฯ จะมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ทายาท เมื่อนำร่างมาศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
6.2 กำลังดำเนินการขอให้ทายาทผู้ที่ฝ่ายฯรับร่างมาเตรียมไว้ศึกษา เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์สภากาชาดไทยเช่นเดียวกับผู้บริจาคดวงตา และอวัยวะให้สภาชาดไทย
7. โครงการที่กำลังดำเนินการฝ่ายฯ กำลังดำเนินการจัดหางบประมาณเพื่อจัดทำห้องเย็นและรถแช่เย็นเพื่อให้สามารถไปรับร่างผู้อุทิศฯที่อยู่ต่างจังหวัดได้
8. บริจาคเงินเข้า “เงินฝากเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่”   ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อกองทุนสภากาชาดไทย เพื่อการบริจาค เลขที่บัญชี 045-2-88000-6 เพื่อสมทบ“เงินฝากเพื่อพัฒนาอาจารย์ใหญ่”   หมายเลขบัญชี 4300071  
 
คำแนะนำ ทายาทอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์
1. เมื่อผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถึงแก่กรรม ทายาทมีสิทธิ์ในการจะมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ หรือ คัดค้าน  การมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ ได้ โดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย และโรงพยาบาลจะไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ในร่างนั้นทั้งสิ้น
2. เมื่อผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถึงแก่กรรม และทายาท ยินดีมอบร่างให้โรงพยาบาลฯ  ควรติดต่อ
หน่วยงานราชการการปกครอง ( อำเภอ  กิ่งอำเภอ  เขต)  เพื่อทำหลักฐานใบมรณบัตร
3. ติดต่อโรงพยาบาล เพื่อแจ้งการรับร่าง โดย  ติดต่อที่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ 
หมายเลขโทรศัพท์ 083-8299917 
4. ทายาทเตรียมหลักฐานไว้ให้กับเจ้าหน้าที่รับร่าง ดังนี้ 
4.1. สำเนาใบมรณบัตร จำนวน 3 ฉบับ
4.2. สำเนาบัตรประจำตัวของทายาท ผู้มอบร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ
5. เจ้าหน้าที่ที่ไปรับร่าง จะแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ และนำเอกสารหนังสือสำคัญการมอบศพ  ให้ญาติกรอกรายละเอียด ลงนามเป็นหลักฐาน พร้อมมอบเอกสารคำแนะนำภายหลังการรับศพ จำนวน 1 ฉบับ
6. เมื่อโรงพยาบาลฯ รับร่างมาแล้ว ร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ถือเป็นมรดกที่มอบไว้ให้กับโรงพยาบาล ฯ ซึ่งโรงพยาบาลฯ จะนำมาใช้ศึกษา วิจัยทางการแพทย์ตามความเหมาะสม คือ
6.1. เพื่อใช้ในการศึกษาด้านกายวิภาคศาสตร์ ของนิสิตแพทย์
6.2. เพื่อการศึกษา วิจัยและฝึกหัตถการ การรักษา ของแพทย์และบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข
6.3. เพื่อการศึกษาของนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
6.4 เพื่อเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนสำหรับการรักษาทางการแพทย์
7. เมื่อโรงพยาบาลฯได้ศึกษาและวิจัยเรียบร้อยแล้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะมีคณะกรรมการดำเนินการจัดงานฌาปนกิจ และขอพระราชทานเพลิงศพ(เป็นกรณีพิเศษ)ให้ นอกจากญาติประสงค์จะขอแยกไปดำเนินการเอง
8. โรงพยาบาลฯ ไม่สามารถรับศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ในกรณีดังต่อไปนี้
8.1 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ ถึงแก่กรรมเกิน 20 ชั่วโมง ยกเว้น ได้เก็บไว้ในห้องเย็น  ของโรงพยาบาล
8.2 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ได้รับการผ่าตัด หรือมีรอยเสียหายจากอุบัติเหตุ ยกเว้นดวงตา
8.3 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ถึงแก่กรรมจากสาเหตุจากโรคมะเร็งอย่างมาก บริเวณศีรษะและ สมอง ช่องอกช่องท้อง หรือติดเชื้อโรคร้ายแรงเช่นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง(โรคเอดส์) ไวรัสตับอักเสบวัณโรค และ พิษสุนัขบ้า
8.4 ผู้อุทิศร่างกายฯ ที่มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี หรือมีการผ่าพิสูจน์ 
8.5 ผู้อุทิศร่างกายฯมีน้ำหนักมากเกินกว่า 80 กิโลกรัม หรือ ผอมมากลักษณะไม่มีกล้ามเนื้อ
8.6 ร่างกายผู้อุทิศร่างกายฯ ที่ไม่เหมาะจะใช้ศึกษาได้ เช่น แขน ขา คด งอ จนเสียรูปร่าง 
 
ดาวโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง

สวทช.nectecSCBInet

Power By 3Cats.net